่างลวกๆ จนริมฝีปากแดงระเรื่อขึ้นอีก “ข้าเช็ดเองก็ได้”ต้วนหลิงหันหลังไปเทน้ำใส่จอกให้นาง หลินถิงวางผ้าเช็ดปากลง ก่อนจะยกน้ำที่เขาเทให้ขึ้นดื่มจนหมด เพราะรู้สึกกระหายน้ำยิ่งนัก……นางเองก็มิรู้แน่ชัดว่าเพราะเหตุใด ทุกครั้งที่จุมพิตเสร็จสิ้น นางก็มักจะรู้สึกกระหายน้ำอย่างแปลกประหลาด ราวกับต้องเติมเต็มสิ่งที่ถูกช่วงชิงไปในห้องสงัดเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของตนเอง หลินถิงจึงเอ่ยชวนสนทนาเพื่อลดความกระอักกระอ่วน“ท่านไม่ต้องติดตามท่านผู้ตรวจการไปตรวจตราหรือ? เห็นท่าทางของตงฉ่างผู้นั้นแล้ว เห็นทีจะตั้งใจจะเดินตรวจทั้งถนนเป่ยฉางเป็นแน่”ต้วนหลิงเอื้อนเอ่ยเสียงเรียบ “ยามยังไม่สาย ข้าย่อมต้องร่วมตรวจตรากับตงฉ่างให้ทั่วทั้งถนนเป่ยฉาง”หลินถิงแอบลงจากโต๊ะอย่างเงียบงัน มือค่อยๆ ปรับชายเสื้อให้เรียบร้อย “แต่หาใช่ว่าฝ่าบาททรงมอบหมายหน้าที่จัดการโรคระบาดแก่หน่วยองครักษ์เสื้อแพรเพียงฝ่ายเดียวมิใช่หรือ เหตุใดจู่ๆ ฝ่าบาทถึงให้ทางตงฉ่างเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย?”ต้วนหลิงเม้มริมฝีปากแน่นเล็กน้อย ดวงตาไม่เผยความคิด “ราชโองการยากคาดเดา ใครจะรู้ได้ว่าฝ่าบาทคิดสิ่งใดอยู่ในพระทัย”หลินถิงกลอกตาเบาๆ ก่อนแสร้งทำท่าง่วงเหงา “ไปเถิด อย่าได้มัวถ่วงเวลาอยู่เลย” แล้วก็หาวออกมาสองสามครั้ง “คนเป็นไข้มักจะอ่อนเพลียง่าย ข้าเองก็เริ่มง่วงแล้ว”“เจ้าหลับเถิด” ต้วนหลิงว่าหลินถิงเอนกายลงนอนบนเตียง ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมถึงปลายคาง เหลือไว้เ