พียงศีรษะที่โผล่พ้นออกมา “คืนนี้……ท่านยังจะมาอีกหรือ” คืนนี้ดูวุ่นวายนัก ไม่น่าจะว่างมาได้อีก“รอข้าตรวจตราเสร็จ จะกลับมา เจ้ากำลังป่วยมิใช่หรือ ต้องมีคนอยู่เป็นเพื่อนในยามค่ำคืน” เขาก้มมัดสนับข้อมือให้แน่นอีกครั้ง ระหว่างที่จุมพิตกัน นางเผลอจับข้อมือเขาไว้จนสนับคลายตัว ยามที่ผ้ารัดแน่นอีกครา บาดแผลบนข้อมือก็กลับไปสู่ความมืดมิดเช่นเดิม“ข้าดีขึ้นมากแล้ว……” หลินถิงหลบตา ยามค่ำคืนที่อยู่กับต้วนหลิงช่วงหลังมานี้ นางรู้สึกประหม่าอยู่ลึกๆ แม้ไม่รู้ว่ากังวลสิ่งใดนักต้วนหลิงก้าวออกไม่กี่ก้าว เปิดประตูห้อง แต่ก่อนจะก้าวพ้น ก็ย้อนคำพูดกลับมาอีก “ข้าจะกลับมาแน่นอน”“แต่ข้าจะนอนแล้วนะ”“ข้ารู้”หลินถิงนิ่งคิดชั่วครู่ ก่อนถอนใจ “งั้น……ข้าจะไม่ลงกลอนประตู ท่านค่อยเข้ามาเงียบๆ ก็แล้วกัน” นางไม่อยากถูกปลุกให้ตื่นกลางดึก แล้วต้องหงุดหงิดใส่เขาก่อนจะก้าวขาออกจากห้อง ต้วนหลิงจึงค่อยๆ เช็ดรอยน้ำที่ริมฝีปากที่กำลังแห้งเสียก่อน ยามที่เขาก้าวลงจากห้องด้านบนของโรงเตี๊ยม ต้าเสวี่ยหนีเพิ่งจะตรวจตราจนถึงจุดนั้นพอดี จึงหันมาเอ่ยหยอก “ท่านรองผู้บัญชาการต้วนเหตุใดไม่อยู่ต่อกับคุณหนูหลินอีกสักครู่?”ต้วนหลิงยังคงรักษาท่าทีสุขุม “ข้าต้องร่วมเดินตรวจถนนเป่ยฉางกับท่านผู้ตรวจการ มิอาจละเลยหน้าที่ได้”ต้าเสวี่ยหนีหัวเราะในลำคอ “ด้วยความสามารถของท่าน จะพาคุณหนูหลินออกจากถนนสายนี้ไปโดยไร้ผู้ใดล่วงรู้ก็คงมิใช่เรื่องยาก เหตุใด