จึงยังปล่อยนางไว้ในสถานที่อันตรายเช่นนี้ หรือเพราะกลัวพวกขุนนางทั้งหลายจะฟ้องฝ่าบาทหรือกลัวถูกกล่าวหาว่าเข้าข้างพวกของตน?”ต้วนหลิงยังคงยิ้มอ่อน ทว่าคำพูดกลับเฉียบคม “องครักษ์เสื้อแพรย่อมต้องคำนึงถึงราชโองการและราชสำนักเป็นสำคัญอยู่แล้ว”คำพูดนั้นเสียดแทงแต่ก็แนบเนียน ต้าเสวี่ยหนีได้ยินแล้วถึงกับหัวเราะเบาๆ “ดีนัก……ถึงว่า เหตุใดผู้คนจึงร่ำลือกันว่า องครักษ์เสื้อแพรไม่มีหัวใจ มีเพียงอำนาจเป็นสิ่งเดียวในสายตา ท่านปฏิบัติต่อคุณหนูหลินถึงเพียงนี้ ไม่กลัวว่าสักวันนางจะเสียใจที่เคยขอท่านแต่งงานต่อหน้าผู้คน แล้วกลับไปเลือกชายอื่นหรือ?”ต้วนหลิงไม่ตอบโต้ ดวงตาและรอยยิ้มยังคงอ่อนโยนราวผู้มีใจสูงส่ง “องครักษ์เสื้อแพรย่อมเทียบมิได้กับตงฉ่างผู้เปี่ยมด้วยความรู้สึกหรอก”ต้าเสวี่ยหนีแววตาคมกริบ คำว่า “ตงฉ่างเปี่ยมด้วยความรู้สึก” นั้น หากใครได้ยินเข้าคงกลั้นหัวเราะไม่อยู่เป็นแน่ใครเล่าจะไม่รู้ว่าตงฉ่างชอบจัดการเรื่องสกปรก มักวางแผนกลั่นแกล้งผู้บริสุทธิ์เพื่อผลประโยชน์ของตน ไม่มีผู้ใดอยากข้องเกี่ยวด้วย แม้เบื้องหน้าจะเคารพ แต่ลับหลังแล้วก็อยากถ่มน้ำลายใส่ต้าเสวี่ยหนีมิได้ตอบโต้คำพูดนั้นต่อ แค่ยิ้มเย็นๆ แล้วกล่าวเปลี่ยนเรื่อง “โรคระบาดก็เริ่มมานานแล้ว จำนวนผู้ป่วยก็เพิ่มขึ้นไม่หยุด แถมยังหายารักษามิได้ ท่านทั้งหลายคิดจะเริ่มฆ่าพวกเขาเมื่อใดกัน?”เป็นที่รู้กันดีว่าฮ่องเต้เจียเต๋อทรงมีพระราชดำริให้สังหารผ