ู้ติดโรคเพื่อสกัดโรคระบาดให้หยุดลง แม้มีขุนนางบางส่วนที่คัดค้าน แต่ต้าเสวี่ยหนีในฐานะท่านผู้ตรวจการที่ขึ้นตรงต่อฮ่องเต้ ย่อมไม่คัดค้านพระบัญชา ยิ่งไปกว่านั้น หากองครักษ์เสื้อแพรลงมือสังหารผู้ป่วยจริง เขาก็จะหาทางแพร่กระจายข่าวนี้ออกไป ให้ราษฎรรู้ทั่วหล้าว่าฮ่องเต้ทรง“จัดการโรคระบาดอย่างเหมาะสม” และ “ทรงเอาใจใส่ชีวิตราษฎร” เพียงใด ยิ่งคิดถึงภาพนั้น ต้าเสวี่ยหนีก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นต้วนหลิงรับสมุดบัญชีอีกเล่มจากมือขององครักษ์เสื้อแพร เปิดดูสองสามหน้า แล้วกล่าวเรียบๆ “ท่านรีบไปใย?ฝ่าบาทเพียงแต่มีดำริ แต่ยังมิได้มีพระราชโองการให้ลงมือจริง พวกข้าจึงยังไม่ลงมือ”ต้าเสวี่ยหนีถอดผ้าปิดหน้าออกเล็กน้อยอย่างรำคาญ ให้ข้ารับใช้ช่วยพัดลมคลายร้อน “ข้ารีบ ก็เพราะเป็นห่วงว่าจะควบคุมโรคไม่อยู่ หากระบาดลุกลาม เราทั้งสองก็อาจรับผิดชอบไม่พ้น”เขาถอนหายใจ ทำเป็นไม่อยากรับหน้าที่นี้ “ในเมื่อฝ่าบาททรงมอบหมายเรื่องนี้ให้ตงฉ่างและองครักษ์เสื้อแพรหากเกิดความผิดพลาดใดขึ้น ก็ไม่มีใครรอดพ้นได้”ต้วนหลิงปิดสมุดบัญชี กล่าวเรียบๆ “เมื่อใดที่ฝ่าบาทมีราชโองการ องครักษ์เสื้อแพรจะลงมือทันที”ต้าเสวี่ยหนียิ้มมุมปาก “ท่านรองผู้บัญชาการต้วนกล่าวถูกต้อง เราทั้งสองต้องระวังในการกระทำให้มาก ทุกสิ่งต้องขึ้นอยู่กับราชโองการเป็นหลัก ไปเถอะ ยังมีที่ต้องตรวจอีกหลายแห่ง ต้องรบกวนท่านนำทางข้าต่อ”พวกเขาเดินตรวจจนถึงโรงเตี๊ยมท้ายถนน ซึ่ง