ตั้งอยู่ค่อนข้างห่างไกล แม้ทำเลจะเงียบสงบ แต่กลับมีคนพักเต็มจนล้น คนในโรงเตี๊ยมรู้ล่วงหน้าว่าตงฉ่างจะมาตรวจ มิกล้าลงกลอนประตูห้อง ต้าเสวี่ยหนีจึงเดินตรวจได้สะดวก จนถึงห้องสุดท้ายเดิมทีเขาเป็นคนเปิดเอง แต่ยามนี้ให้ขันทีเปิดแทน ส่วนตนเองยืนชมวิวอยู่ริมระเบียง จนกระทั่งขันทีอ่านชื่อ “จินอันไจ้” ออกมา ต้าเสวี่ยหนีก็หันกลับมาอย่างเชื่องช้า มองเข้าไปในห้อง ภายในห้อง เด็กหนุ่มในชุดดำยืนพิงผนังกอดอกนิ่งสงบ ครึ่งล่างของใบหน้าโดนปิดด้วยผ้า เผยเพียงแค่รอยแผลเก่าบนใบหน้าด้านบน ดวงตาเย็นชาไม่เกรงกลัวผู้ใดเขาและต้าเสวี่ยหนีสบตากันตรงๆ จินอันไจ้มิได้มีท่าทีกลัวเกรงตงฉ่าง หรือแม้แต่จะทำความเคารพ ดวงตานิ่งเฉยของเขาสะท้อนความอหังการขันทีปิดสมุดบัญชีลง กล่าวตำหนิด้วยเสียงเย็น “ไร้มารยาท! ยังไม่รีบคำนับท่านผู้ตรวจการและรองผู้บัญชาการต้วนอีก!”จินอันไจ้ก้มกายทำความเคารพพลางกล่าวว่า “ข้าน้อยจินอันไจ้ คารวะท่านรองผู้บัญชาการต้วนและท่านผู้ตรวจการ”ต้าเสวี่ยหนียอมรับคำนับอย่างง่ายดาย เอื้อมมือหยิบบัญชีรายชื่อขึ้นมาดูผ่านตาเพียงครู่ก็มองเห็นถึงหน้าสุดท้าย“จินอันไจ้? ท่านเข้ามาในถนนเป่ยฉางเมื่อสองสามวันก่อน แต่กลับระบุว่าเพิ่งเข้ามาเมื่อวาน แถมยังเป็นท่านรองผู้บัญชาการต้วนที่พามาพักเสียด้วย นี่มันหมายความว่าอย่างไร?”ต้วนหลิงเหลือบมองจินอันไจ้แวบหนึ่ง ก่อนเอ่ยเรียบเฉยว่า “เขาเผลอเดินเข้ามาโดยไม่รู้ตัวเมื่อวานนี