ที่นี่ ชายหนุ่มผู้หนึ่งได้ก้าวเข้ามา ดึงศพนางกำนัลออก และช้อนตัวเขาขึ้นมาในอ้อมแขน ชายผู้นั้นยังคงเรียกเขาว่า “องค์ชาย”“องค์ชาย กระหม่อมมาช้าไป”เขาเปิดตาขึ้น เห็นใบหน้าของชายหนุ่มผู้มีรูปโฉมละม้ายอ่อนโยน แต่แฝงความเคร่งขรึมในดวงตา-ชายผู้นั้นมิใช่ผู้มีวาจาเสแสร้งอย่างเหล่าขุนนางทั่วไป แต่เป็นความห่วงใยที่แท้จริงชายผู้นั้นคืออิ๋งจือเหอ ขุนนางคนโปรดของบิดาเขา ผู้แสร้งทำทีสวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์ใหม่ จึงหาโอกาสเข้าช่วยเหลือเขากับพระมารดา และนำพาออกจากวัง ทว่าหลังจากวันนั้น เขากลับไม่เคยพบชายผู้นี้อีกเลย น่าเสียดายที่เขาไม่ทันกล่าวขอบคุณแม้แต่คำเดียวเมื่อเติบใหญ่ เขาเคยตามหาคนผู้นี้ แต่ชื่อของ “อิ๋งจือเหอ” คล้ายเลือนหายไปจากใต้หล้า ราวกับไม่เคยมีตัวตนมาก่อน คิดถึงตรงนี้ จินอันไจ้เอื้อมแตะรอยแผลบนใบหน้า กดความทรงจำให้จมหาย แล้วกล่าวเรียบเฉย“ตอนนั้นมีคนหมายเอาชีวิตข้า เขาใช้ดาบฟันข้าแต่พลาดไปโดนใบหน้า แผลจึงเกิดขึ้นเช่นนี้”หากอ้างว่าเป็นคนพเนจรในยุทธภพ ชีวิตต้องแขวนบนเส้นด้าย คำกล่าวเช่นนี้ไม่ผิดแน่ หลินถิงพลันเบาใจต้วนหลิงเป็นคนไร้เมตตาโดยสันดาน ยามยังเด็กต้องเป็นผู้ทดลองยา เห็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน จนด้านชาไร้ความรู้สึกต่อความทุกข์ยากของผู้อื่น เขาจึงเพียงยิ้มอ่อน เอ่ยอย่างสุภาพ“ดูท่าคุณชายในอดีตจะลำบากมิน้อย”จินอันไจ้ตอบกลับ “ผู้ที่ลำบากกว่าข้ามีถมไป ข้ายังมีชีวิตอยู่ก็ถือว่าดีกว่าคนส่