ายทั้งที่เขากับหลินถิงไม่ได้มีความสัมพันธ์อันลับลอบใดๆ ต่อกัน แต่พอพบว่าคนที่มาเจอเขาในสภาพนี้กลับเป็นต้วนหลิง คู่หมั้นของนาง เขาก็พลันนึกถึงคำว่า “คบชู้” และ “จับได้คาหนังคาเขา” โดยไม่ตั้งใจ มันช่างน่าพิศวงนักจินอันไจ้พยายามมองข้ามไหล่ของต้วนหลิงไปยังหลินถิงที่ราวกับกลายเป็นหิน ใช้สายตาส่งสัญญาณให้นางช่วยพูดอะไรบ้าง หากผู้ที่มาเปิดตู้เป็นคนอื่น เขาคงอาศัยจังหวะเผลอ ใช้ยาให้หมดสติไปแบบไม่รู้ตัว แล้วค่อยหาทางปกปิดทีหลัง ขอเพียงหลินถิงกล้าพูดว่า “ข้าก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงสลบไป” เรื่องก็จบแต่ผู้มาเยือนครั้งนี้กลับเป็นต้วนหลิง อีกทั้งเขายังเป็นทั้งองครักษ์ในเครื่องแบบ และเป็นว่าที่สามีของหลินถิง จินอันไจ้จึงไม่อาจลงมือใช้กำลังกับเขาได้ง่ายๆ ทำให้รู้สึกลังเลและเกรงใจอยู่มากหลินถิงได้สติกลับมาในที่สุด รีบวิ่งตรงเข้ามา พูดกับต้วนหลิงโดยไม่มองจินอันไจ้ที่กำลังแอบซ่อนอยู่ในตู้“เขา……”ต้วนหลิงมีสีหน้าอ่อนโยน ดวงตาเปี่ยมด้วยความสงสัย “คุณชายจินมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรหรือ?”หัวใจของนางเต้นระรัวราวกับจะทะลุอก “เขาทราบว่าข้าถูกกักอยู่ในถนนเป่ยฉาง จึงเป็นห่วงและรีบมาดูอาการท่านก็รู้ว่าจินอันไจ้เป็นบุรุษแห่งยุทธภพ ใจกล้าไร้ขอบเขต จึงบุกเข้ามาโดยไม่ฟังคำห้ามปรามใดๆ”ต้วนหลิงเอ่ยเสียงเรียบ “เช่นนั้นคุณชายจินคงมีใจต่อเจ้ามากโข เพียงแต่ถึงจะเป็นคนในยุทธภพ ก็ต้องยอมรับกฎของราชสำนักกระมัง?”หลินถิงราวกับจะเข้