าข้างเขาเต็มตัว “ถูกต้อง ไม่ว่าเขาเป็นใครก็ตาม ก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งราชสำนัก แม้ข้าจะโกรธมาก ก็ได้ดุเขาไปแล้ว และบอกให้รีบกลับไปเสีย”จินอันไจ้แอบเบ้ปาก สองคนนี้จะคุยกันไปอีกนานไหม? ช่วยให้เขาออกจากตู้ก่อนได้หรือไม่? เขาอยู่ในท่าทางคดงอเช่นนี้นานมากจนขาแทบเป็นตะคริวแล้วต้วนหลิงยังคงยืนขวางหน้าตู้ ราวกับลืมไปว่ามีคนอยู่ข้างใน จินอันไจ้ไม่รู้จะเริ่มต้นพูดอย่างไรดี จึงได้แต่รอให้เขาขยับตัวเล็กน้อย เปิดทางให้ตนได้ออกไปจากที่คับแคบนี้โชคดีที่หลินถิงยังไม่ลืม “ท่านต้วน ท่านช่วยหลีกทางให้เขาออกมาก่อนได้หรือไม่?”ต้วนหลิงจึงถอยออกมาสองก้าว ไปยืนข้างนาง กล่าวอย่างนุ่มนวลราวหยกอ่อน “ขออภัย ข้าลืมไปเลยว่าคุณชายจินยังอยู่ข้างใน เชิญออกมาเถิด ตู้นี้เล็กนัก ท่านแอบซ่อนอยู่นานเช่นนั้นคงจะลำบากไม่น้อย”จินอันไจ้จึงค่อยๆ คลานออกมา แขนขาชาไปหมด ต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะยืดตัวได้อย่างเต็มที่ ยังไม่กล้าก้าวเดินทันที จึงเอ่ยเบาๆ “ท่านต้วน”หลินถิงเห็นว่าหน้าตาของต้วนหลิงยังมีเหงื่อ จึงยื่นผ้าเช็ดหน้าที่ถือมาให้เขา ต้วนหลิงรับไป ปาดเหงื่อคร่าวๆแล้วเอ่ยยิ้มๆ “วรยุทธ์ของคุณชายจินไม่ธรรมดา ถึงได้ผ่านเข้าถนนเป่ยฉางที่ถูกปิดอย่างแน่นหนาได้เช่นนี้”จินอันไจ้ที่เหงื่อชุ่มโชกจากการซ่อนตัวอยู่ในตู้กล่าวตอบอย่างถ่อมตัว “ท่านต้วนกล่าวเกินไป ถนนเป่ยฉางมีการเฝ้าระวังแน่นหนา ข้าเพียงอาศัยโชคช่วยเข้าออกมาได้เท่านั้น หาใช่เด