น แต่ในยุคโบราณนี้ ไม่มีแม้แต่หนังสือจะอ่านคลายเหงา ความเบื่อหน่ายยิ่งทวีขณะที่นางกำลังจมอยู่ในความเหงา เสียงจอแจจากชั้นล่างและถนนด้านนอกก็ดังขึ้น นางระงับอารมณ์ไม่ดีไว้ แต่ไม่ลงไปข้างล่าง เปิดหน้าต่างมองออกไปยังถนนแทน เดิมทีถนนสายนี้มีเพียงองครักษ์เสื้อแพรลาดตระเวน แต่ยามนี้กลับมีชาวบ้านกลุ่มใหญ่ยืนแน่นอยู่ และกำลังโกลาหลดูท่าแล้ว มีคนยุยงให้ชาวบ้านพากันฝ่าฝืนคำสั่งจะออกจากเขตกักกัน ชายผู้นำอยู่หน้าแถวไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นบุรุษที่เมื่อวานนี้ถูกต้วนหลิงยิงขาไว้ “พวกเราไม่ได้ติดโรค แล้วองครักษ์เสื้อแพรมีสิทธิ์อะไรถึงมากักตัวเราไว้กันเล่า?ถนนเป่ยฉางมีคนป่วย เราอยู่ที่นี่ต่างหากที่อันตราย!”เสียงชาวบ้านเริ่มคล้อยตาม “ใช่แล้ว เราก็ไม่ได้ป่วย ทำไมถึงต้องมากักพวกเราด้วย!”บุรุษนั้นตะโกนลั่น “บอกว่าขังไว้สามวันแล้วจะปล่อย ใครจะไปรู้ว่าจริงหรือไม่! ข้ารู้มาว่าโรคนี้ติดแล้วตายทั้งนั้นยังไม่มีทางรักษา พวกมันจะจับเราฝังทั้งเป็นงั้นหรือ!”เมื่อกล่าวถึงความตาย ผู้คนต่างหวาดกลัวจนไร้ซึ่งเหตุผล พากันกรูกดดันเหล่าองครักษ์เสื้อแพร บ้างก็ผลัก บ้างก็ขว้างปาข้าวของ “ปล่อยเราไป!”หลินถิงเห็นเหตุการณ์แล้วก็รู้ทันทีว่าสถานการณ์เริ่มควบคุมไม่อยู่ องครักษ์เสื้อแพรธรรมดาคงเอาไม่อยู่ นางจึงตะโกนจากหน้าต่างเรียก “ท่านใต้เท้าเฟิง! มีคนก่อจลาจล!”ใต้เท้าเฟิงถือดาบซิ่วซุนเดินนำออกมา สีหน้าดุดันตวาดว่า “รู้หรือไม่ว่าข