ง “เจ้าหาใครมาเปลี่ยนตัวติดตามแทนไม่ได้เลยหรือ?!”ขันทีน้อยสะดุ้ง รีบคุกเข่ากล่าวอย่างลนลาน “ข้าน้อยจะรีบไปเดี๋ยวนี้ขอรับ!”ต้าเสวี่ยหนีโกรธจัด หยิบอาหารปลาขว้างใส่เขาอีก “ยังจะรออะไร รีบไสหัวไป!”***อีกด้านหนึ่ง ณ ถนนเป่ยฉาง เหตุจลาจลของราษฎรยังคงปะทุ ท่ามกลางเสียงโวยวาย ความพยายามจะฝ่าด่านออกจากเขตโรคระบาดจบลงด้วยความล้มเหลว พวกเขาไม่อาจหนีพ้นกำแพงที่กององครักษ์เสื้อแพรขึงไว้ได้แต่สำหรับหลินถิงแล้ว โลกภายนอกหาได้มีผลใดๆ นางปิดประตูอยู่แต่ในห้องเงียบสงบ มิเคยก้าวออกจากประตูแม้แต่ครึ่งก้าว ยกเว้นเวลาไปรับข้าวน้ำเมื่อตะวันลับขอบฟ้า หญิงสาวก็นั่งก้มหน้าเขียนรูปด้วยน้ำบนโต๊ะไม้ ด้วยความเหงาเป็นเพื่อน ขณะนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้น ตอนแรกหลินถิงคิดว่าตนหูฝาด แต่เมื่อเสียงเคาะดังขึ้นอีกครา นางจึงวางนิ้วลง เอ่ยถามเบาๆ“ท่านต้วน?”เสียงทุ้มต่ำตอบจากอีกฟาก “ข้าเอง”หลินถิงรีบลุกขึ้นไปเปิดประตู “ท่านมิใช่ตรวจตราถนนตะวันออกอยู่หรือ? เหตุใดจึงมาถนนเป่ยฉางอีก?”ชายหนุ่มเดินเข้าห้อง ปิดประตูตามหลัง พลางคลายปลอกแขน แต่ยังมิถอดออกทั้งหมด“คืนนี้… เจ้าจะไม่ให้ข้าอยู่ด้วยแล้วหรือ?”หลินถิงนิ่งไปเล็กน้อย “ท่านอยู่ด้วยอีกคืน… ไม่เป็นอะไรจริงหรือ?”“หนึ่งคืนกับสองคืน มันมีอะไรต่างกันหรือ?”หญิงสาวหน้าแดงเล็กน้อย พยักหน้าแล้วกล่าวเบาๆ “เช่นนั้น คืนนี้… ท่านนอนบนเตียงเถิด ข้าจะนอนริม ท่านนอนด้านใน”มือของเขาที่กำ