ือนอีก“ถ้าท่านติดโรคเพราะข้า ก็อย่าได้โทษข้าเล่า”ต้วนหลิงตอบโดยไม่ลังเล “ข้าไม่โทษเจ้า”สายลมร้อนพัดผ่านหน้าต่างที่เปิดอยู่ แผ่วพริ้วมาสัมผัสใบหน้าหลินถิง ทำให้นางรู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก สายตาเลื่อนมองเตียงอีกครั้ง “ถ้าเช่นนั้น ท่าน……”ท่านจะนอนที่ใด? บนเตียงเดียวกับข้าหรือ? คำถามนี้หลินถิงไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ คืนฝนตกหนักในครานั้นที่พวกเขาได้นอนร่วมกัน ก็เพราะนางดูแลเขาจนง่วงอย่างยิ่ง สมองสับสนเห็นเตียงก็เผลอหลับไปทันทีต้วนหลิงราวกับอ่านใจคนได้ “ข้านอนบนเก้าอี้หล่อฮั่นที่เจ้านั่งอยู่นี่ก็พอแล้ว”เก้าอี้หล่อฮั่นหรือ? หลินถิงลุกขึ้นยืน ละที่ให้นั่ง เดินกลับมานั่งที่เตียง แต่ก็ยังไม่หลับเสียทีเดียว ยังคงมองเขาอยู่เครื่องเรือนชิ้นนั้นแม้แต่ตัวนางก็นอนลำบาก มีไว้สำหรับนั่งมากกว่านอน ยิ่งกับต้วนหลิงซึ่งรูปร่างสูงใหญ่ ยิ่งดูไม่เหมาะเลยเขาคงสูงกว่าหนึ่งจั้ง เมื่อนอนบนเก้าอี้นั้น ขาย่อมยื่นออกไปข้างนอกทั้งสองข้าง นอนเช่นนี้ทั้งคืน……จะหลับสบายได้อย่างไร?หลินถิงก้มมองเตียง ที่นอนกว้างพอสำหรับสองคน ไม่ต้องเบียดเสียดกัน อีกทั้งนางก็แน่ใจว่าต้วนหลิงจะไม่ทำสิ่งใดกับนาง หากเขาคิดทำ ก็คงทำไปตั้งนานแล้ว ไม่รอถึงวันนี้ จึงไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นถึงอย่างนั้น หลินถิงก็ยังพูดไม่ออก พอเห็นต้วนหลิงเป่าดับเทียนที่เพิ่งจุดได้ไม่นาน แล้วจะยกมือปลดสายคาดเอวที่ห้อยหยก นางก็รีบกลับตัวนอน ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมศี