รษะสายคาดเอวนั้นมีเครื่องประดับห้อยอยู่ เวลานอนต้องปลดออก ไม่เช่นนั้นจะเจ็บเมื่อนอนทับ หลินถิงรู้เรื่องนี้ดีแต่ตอนเห็นต้วนหลิงใช้นิ้วเรียวงามค่อยๆ ปลดสายคาดเอวในความมืด ภาพในหัวของนางกลับปรากฏเป็นส่วนล่างของร่างกายเขาโดยไม่ตั้งใจสาบานต่อสวรรค์ นางมิใช่หญิงลามกที่มัวแต่คิดเรื่องพรรค์นั้น เพียงแต่ภาพที่เคยเห็นนั้นมันรุนแรงเกินไปประทับใจไม่รู้ลืม ถึงแม้จะอยากลืมก็ลืมไม่ได้ บางสิ่งในตอนนั้นอาจดูไม่มีอะไร แต่เมื่อย้อนคิดกลับ กลับทำให้รู้สึกหลากหลายขึ้นมาทันที เช่นเดียวกับตอนนี้ของนางหลินถิงหลบใต้ผ้าห่ม แต่เสียงปลดสายคาดเอว “แกร๊ก” ยังลอดเข้าหู ต่อด้วยเสียงวางสายคาดบนโต๊ะ และเสียงที่เขาล้มตัวลงนอนบนเก้าอี้หล่อฮั่น……ในความมืด เงียบสนิทเช่นนี้ ประสาทหูนางกลับไวขึ้น แม้จะไม่อยากได้ยินก็ยังได้ยินอยู่ดีต้วนหลิงนอนอยู่ฝั่งตรงข้าม เก้าอี้ของเขาหันหน้ามาทางนาง พอหลับตาก็เห็นคนที่อยู่ใต้ผ้าห่มทันที เขาถามเสียงนิ่ง “เจ้ามิร้อนหรือ?”หลินถิงใช้แขนเสื้อเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก “ไม่ร้อน ข้ารู้สึกว่าคืนนี้ออกจะเย็นด้วยซ้ำ”คืนนี้นับเป็นคืนที่ร้อนที่สุดในช่วงหลายวันมานี้ เดิมทีช่วงค่ำจะมีลมเย็นบ้าง แต่คืนนี้กลับอบอ้าวร้อนระอุ ลมที่พัดเข้ามาบางครั้งก็เป็นเพียงลมร้อน ยิ่งปิดหน้าต่างก็ยิ่งร้อนเข้าไปใหญ่สายลมร้อนเลื้อยผ่านมือของต้วนหลิงที่ห้อยลงข้างลำตัว เขาถามอีกครั้ง “หนาวหรือ?”หลินถิงพยักหน้าเหมือนไก่จิกข้าวส