้ประหารเสีย ณ ที่นั้น อย่าได้พากลับมา”ทหารยามอึกอัก “ท่านแม่ทัพเฟิงว่า หากมีคนช่วยเขาหนีออกไป ก็สมควรจับกลับมาสอบสวนจะดีกว่า……”ต้วนหลิงเกลี่ยชายเสื้ออย่างไม่ใส่ใจ ยังคงพูดเสียงนุ่ม “ข้าบอกว่า หากพบเขาให้ประหารเสีย ณ ที่ตรงนั้น ไม่ต้องพากลับมา เจ้าฟังไม่เข้าใจหรือ?”ทหารยามตกใจรีบคำนับรับคำ ต้วนหลิงกลับขึ้นรถม้า พูดกับหลินถิง “เมื่อครู่ไปจัดการเรื่องเล็กน้อย”นางตอบเบาๆ “อืม”ม่านหน้าต่างไหวตามแรงล้อรถ แสงอาทิตย์สาดลอดเข้ามาเป็นระยะส่องลงบนใบหน้าของต้วนหลิงเขาถามขึ้น “เจ้าไม่อยากรู้หรือว่าเรื่องใด?”หลินถิงตอบเรียบเฉย “ข้าได้ยินแล้ว ว่าคุณชายห้าแห่งสกุลเซี่ยหนีไป ท่านจะนำคนไปจับเขาสินะ งั้นก็ปล่อยข้ากับเถาจูลงเถอะ พวกข้าเดินกลับเองได้”ต้วนหลิงเอ่ยเสียงนุ่ม “อีกไม่นานหรอก ส่งเจ้ากลับจวนก่อน”“ได้”จากประตูเมืองถึงจวนหลินมีหลายเส้นทางให้เลือก สั้นสุดคือผ่านตรอกตะวันออก คนขับรถม้าเลือกเส้นทางนี้แต่ต้วนหลิงให้เปลี่ยนเส้นทาง หลินถิงไม่คัดค้าน เพราะนางรู้-ตรอกตะวันออกคือจุดเริ่มต้นของโรคระบาด แม้ตอนนี้ยังไม่มีคำยืนยันชัดเจนว่าคือโรคระบาด ทางการก็ยังไม่ประกาศเรื่องนี้ จึงไม่มีผู้ใดรู้หลินถิงมองรถม้าอ้อมหลบเส้นทางนั้นอย่างเงียบงัน ต้วนหลิงไปส่งหลินถิงถึงจวนสกุลหลิน แล้วยังไม่รีบร้อนกลับอุตส่าห์เข้าไปดื่มน้ำชาหนึ่งถ้วยถึงในจวน นับเป็นการตอบรับคำเชิญของหลี่จิงชิวเมื่อหลายวันก่อน ที่เคยเชื้อเชิญเขาว