าผมใหม่นะเจ้าคะ”ผมที่นางมัดเองเมื่อครู่ยุ่งเหยิงไม่น้อย หลังจากเถาจูช่วยนางเกล้าผมเสร็จ ก็มีสาวใช้มาแจ้งให้ไปทานอาหารเช้าฝนเมื่อคืนหยุดแล้ว หลังมื้อเช้าคณะทั้งหมดก็เตรียมออกจากจวนขบวนรถม้าเพิ่งถึงประตูเมือง ก็ได้ยินเสียงวุ่นวายดังเข้าหู หลินถิงแง้มม่านหน้าต่างดู เห็นขบวนทหารม้าพุ่งออกจากเมือง ต้วนหลิงลงจากรถไปสอบถามทหารยามรีบบอก “คุณชายห้าแห่งสกุลเซี่ยหลบหนีออกจากเมืองเมื่อวานนี้แล้ว ท่านแม่ทัพเฟิงได้รับข่าวว่าเขาอยู่ที่เมืองเล็กๆ ห่างไปสิบกว่าลี้ กำลังสั่งคนไปค้นหาขอรับ”ตำแหน่งของต้วนหลิงคือผู้บังคับบัญชากรมองครักษ์เสื้อแพร แต่เมื่อวานไม่ได้ร่วมลาดตระเวน หน้าที่นั้นตกเป็นของแม่ทัพเฟิงเมื่อได้ยินว่าเซี่ยชิงเหอหนีออกจากเมืองได้เมื่อวาน ต้วนหลิงค่อยๆ หันกลับมามองหลินถิง นางยังแง้มม่านหน้าต่างโผล่หน้าออกไป มองสบตากับเขาพอดี สีหน้าของหลินถิงไม่แปรเปลี่ยนแม้แต่น้อย-ธรรมดายิ่งกว่าธรรมดา ต้วนหลิงเป็นฝ่ายละสายตาก่อนทหารยามกล่าวเสริม “แม่ทัพเฟิงได้กำชับไว้ว่า หากพบคุณชายห้าแห่งสกุลเซี่ย ต้องสอบถามก่อนว่าใครช่วยเขาหลบหนี หรือจะจับมาสอบสวนทีหลังดี?”เรื่องนี้ต้องฟังความเห็นต้วนหลิง เพราะเขาเป็นหัวหน้าคดี การข้ามหน้าทำอะไรเองเป็นเรื่องต้องห้ามในวงราชการ โดยเฉพาะกรมองครักษ์เสื้อแพรต้วนหลิงยิ้มละมุน ทว่าดวงตาไร้แวว เขาเอ่ยด้วยเสียงนุ่มนวลที่สุดกลับพูดถ้อยคำเฉียบคมที่สุด “บอกไป หากพบเซี่ยชิงเหอ ให