ับกลัวจะบีบรัดแรงเกินไป คล้ายความอดกลั้นจนถึงขั้นบิดเบี้ยวในจิตใจ แต่หลินถิงหาได้รู้ไม่ น้ำเสียงของเขาต่ำลึก แฝงด้วยความมืดมนอันไม่อาจบอกผู้ใด“ข้าอยากคลุมไว้”“…ก็ได้” หลินถิงลังเลชั่วขณะ สุดท้ายก็ยอมตามใจเขาแล้วเช็ดเหงื่อต่อเขาก็คลายมือจากข้อมือนาง ในห้องยังคงจุดกระถางกำยานอยู่ กลิ่นหอมของไม้จันทน์อบอวลอยู่ทั่ว ห้องตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงหอบครวญคล้ายเจ็บปวดของต้วนหลิงที่ลอยมากระทบหูของนางเป็นระยะผ่านไปครู่ใหญ่ ต้วนหลิงหันหน้ากลับมามองนาง เรือนผมยาวดำสนิทตกคลออยู่บนไหล่ ใบหน้างดงามราวสตรีริมฝีปากบางขยับเอ่ย เสียงยังคงราบเรียบเยือกเย็นดังเช่นเคย แต่ถ้อยคำนั้นกลับต่างออกไป“เจ้า…ช่วยจูบข้าเหมือนครั้งก่อน……ได้หรือไม่”ผ้าชุบน้ำในมือหลินถิงหล่นลง แม้ว่าพวกเขาจะเคยจูบกันมาหลายครั้ง เคยใกล้ชิดกันยิ่งกว่านั้น แต่เมื่อได้ยินคำพูดนี้จากปากเขา นางยังอดตะลึงมิได้ ที่ผ่านมาส่วนมากก็มีแต่เขาเป็นฝ่ายจูบลงมา โดยไม่ทันให้นางได้ตั้งตัวตามเหตุผลแล้ว ในเมื่อพวกเขาจูบกันหลายครา อีกทั้งยังมีพันธะหมั้นหมาย แม้มาจากความเข้าใจผิด ก็ยังคงนับว่าเป็นจริงอยู่ แต่นางกลับรู้สึกว่ามันไม่เหมือนเดิมระหว่างที่หลินถิงยังตัดสินใจไม่ได้ ต้วนหลิงก็ครวญเสียงหนึ่งขึ้นมาอีกครา คราวนี้ร่างกายนางกลับเคลื่อนไหวเร็วกว่าสมอง นางก้มลงจูบเขา เสียงครวญเงียบลงทันทีที่ริมฝีปากสัมผัสกัน ต้วนหลิงก็ตอบสนองราวกับวิญญาณของบุรุษผู้หิ