”“เช่นนั้นเจ้าคิดผิด ข้าไม่เคยรังเกียจเจ้า เพียงแค่ข้าไม่เคยชอบใครเลยเท่านั้น”เขากล่าวขณะเปิดม้วนเอกสารเล่มใหม่“เจ้าแอบชอบข้ามานาน ข้ากลับไม่รู้อะไรเลย”หลินถิงถึงกับพูดไม่ออก ไม่นาน ประตูห้องถูกเคาะ มีองครักษ์เสื้อแพรเข้ามา เขาค้อมกายคารวะ ไม่เห็นหลินถิงเพราะม่านไม้ไผ่กั้นไว้ ใบหน้าหนักแน่น“ใต้เท้า เกิดเรื่องกับสายลับราชสำนักขอรับ”หลินถิงขยับตัวเข้าไปในตั่งให้ลึกกว่าเดิม ปล่อยให้ม่านไม้ไผ่บังตัวไว้ต้วนหลิงกล่าว “เรื่องอันใด?”“เมื่อหลายวันก่อน มีสายลับราชสำนักสิบกว่าคนเกิดอาการตัวร้อน วันนี้ผิวหนังเริ่มเปื่อยพอง หมอรักษาไม่ได้หนึ่งในนั้นสิ้นใจแล้วขอรับ”เขายังสงบนิ่ง เคาะโต๊ะเบาๆ พลางสั่ง “ให้รวมตัวพวกเขาไว้ นำไปกักในที่ที่ปลอดภัย”องครักษ์เสื้อแพรรับคำ หลินถิงเบิกตากว้างอยู่หลังม่าน โรคร้ายนั้น……มาถึงแล้วนี่คือ “โรคระบาด” ตามที่ต้นฉบับเขียนไว้-นางไม่รู้ว่าจุดเริ่มต้นมาจากที่ใด ไม่อาจหยุดยั้งการเกิดขึ้นได้ รู้เพียงว่า……จะมีผู้คนล้มตายมากมาย และเพราะมันระบาดในเมืองหลวง ผลกระทบจึงรุนแรงยิ่ง กระทั่งนางสนมในวังหลวงก็ยังติดโรค ทำให้ผู้คนแตกตื่น จนบ้านเมืองวุ่นวายไม่สิ้นสุดหลินถิงยื่นศีรษะพ้นม่านไม้ไผ่ออกมา มองต้วนหลิงกับองครักษ์เสื้อแพรที่เพิ่งเข้ามาแววตาของต้วนหลิงพลันเหลือบไปเห็นศีรษะที่โผล่พ้นม่านออกมาอย่างบังเอิญ เส้นไหมสีแดงที่ผูกอยู่ในเส้นผมของนางแกว่งไกวอยู่กลางอากาศ มือเขากระตุกเล็