กน้อยก่อนจะเบือนสายตาไป แล้วเอ่ยถามว่า “ทหารหน่วยสายลับราชสำนักกลุ่มนั้น พวกเขาไปที่ใดมาบ้าง?”องครักษ์รายงานว่า “ถนนตะวันออกขอรับ ขณะที่เกิดเหตุเมื่อหลายวันก่อน พวกเขาไปลาดตระเวนแถบนั้นกลับมาวันถัดมาก็เริ่มมีไข้ตามกัน”ต้วนหลิงค่อยๆ ปิดม้วนเอกสาร “ที่ถนนตะวันออก มีผู้ป่วยอาการคล้ายกันหรือไม่?”“เท่าที่ตรวจสอบ มีหลายคนเลยทีเดียว อาการเหมือนกับที่พวกสายลับราชสำนักเป็นทุกประการขอรับ”“จับพวกเขาทั้งหมดมา”องครักษ์ลังเล “จะจับกุมชาวบ้านสุ่มสี่สุ่มห้า เกรงว่าจะไม่เหมาะนัก ขุนนางในราชสำนักก็ชอบหาเรื่องพวกเราอยู่แล้ว”ต้วนหลิงสีหน้าไม่เปลี่ยน สายตาแลดูเฉยชา แต่แฝงด้วยอำนาจ “ถ้าอย่างนั้นก็อ้างว่ามีคดีต้องสอบสวน ให้พวกเขามาร่วมสอบปากคำก่อน รอให้รู้แน่ชัดว่ามันคือโรคอะไร แล้วค่อยตัดสินอีกที”องครักษ์รับคำแล้วรีบออกไป ทันทีที่พวกเขาไป หลินถิงก็เดินออกจากหลังม่าน มาหยุดอยู่ตรงหน้าต้วนหลิง เว้นระยะห่างพอสมควร “เมื่อครู่นี้ ข้าได้ยินหมดแล้ว”ต้วนหลิงเงยหน้าขึ้น “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้ตั้งใจ”“ไม่ใช่เรื่องนั้น” หลินถิงว่า “ข้าหมายถึง……ท่านไม่คิดว่ามันคล้ายโรคระบาดหรือ? ที่ถนนตะวันออกมีผู้คนเป็นไข้แล้วเกิดแผลเน่า พวกสายลับราชสำนักที่ไปลาดตระเวนแถบนั้นก็กลับมาเป็นแบบเดียวกัน……”หากพบแต่เนิ่นๆ รีบหาทางจัดการ บางทีอาจไม่ต้องมีคนตายมากขนาดนั้นนางพูดต่อ “ข้ามิเคยปิดบัง ที่จริงข้าเคยอ่านเจอในตำราสมัยก่อน เคยกล่าวถึง