วที่จะสามารถถอนคำได้……มีเพียงต้วนหลิงเท่านั้นเฝิงฮูหยินยิ้มกว้าง เดินเข้ามากุมมือหลินถิงด้วยความชื่นชม เอ่ยวาจาอย่างสนิทสนมว่า “เด็กดี เรื่องเช่นนี้สมควรให้จื่ออวี่ไปสู่ขออย่างเป็นทางการถึงจวนเจ้าสิ”นางพลางบ่นว่าต้วนหลิงไม่รู้จักทำตามธรรมเนียม หลินถิงยังคงอยู่ในภาวะมึนงง เสียงรอบตัวกลายเป็นเพียงเสียงอื้ออึงในหู ฟังไม่ออกว่าเฝิงฮูหยินพูดอะไรบ้าง รู้เพียงแต่ว่าอีกฝ่ายดูยินดีนัก ดึงนางไปนั่งข้างๆ อย่างเอ็นดู และแสดงท่าทีห่วงใยนางยิ่งนักที่นั่งของบิดาของต้วนหลิงถูกหลินถิงครองไว้ เขาจึงได้แต่นั่งแทรกอยู่ด้านข้าง หลังจากนั้น หลินถิงแทบไม่รู้เรื่องรู้ราว ใครต่อใครต่างเข้ามาแสดงความยินดีกับนางไม่ขาดสาย ล้วนมีท่าทีสุภาพนอบน้อม เฝิงฮูหยินเห็นว่านางใจลอยไปไกล ก็นึกว่านางตื่นเต้นเกินไป จึงช่วยกันแขกออกไปให้อีกผู้หนึ่งที่ใจลอยไม่แพ้กันก็คือต้วนซินหนิง นางไม่อาจเชื่อได้ว่า หลินถิงจะเอ่ยคำว่า “ข้าปรารถนาจะแต่งงานกับท่าน” ต่อหน้าท่านพี่รองของตน พวกเขาทั้งสองไม่ได้เป็นอริกันมาช้านานหรอกหรือ? แม้พักหลังดูจะปรับความสัมพันธ์ดีขึ้น ทว่าไม่คิดว่าจะรวดเร็วถึงเพียงนี้!หลินถิง……หลินถิงมีใจให้พี่รองของตนหรือ? แล้วพี่รองของนางก็มีใจให้หลินถิงเช่นกัน? หาไม่แล้วคงไม่ตอบตกลงง่ายดายเช่นนี้ ไม่น่าเชื่อ! หรือว่าทั้งสองแกล้งทำเป็นไม่ลงรอยกันมาตลอด เพื่อปิดบังความในใจ?ต้วนซินหนิงอยากจะถามให้แน่ใจนัก แต่หลินถิงมีแขกห