้อมล้อมอยู่ตลอด นางไม่อาจแทรกตัวเข้าไปได้เลย ต้วนหลิงเองก็ไม่ต่างกัน ถูกแขกเหรื่อแสดงความยินดีล้อมรอบจนแม้แต่ใบหน้าก็มองไม่เห็นเมื่อต้วนซินหนิงถามหลินถิงไม่ได้ นางก็หันไปถามเซี่ยจื่อม่อที่นั่งข้างกันแทน “ท่านคลุกคลีกับพี่รองของข้าบ่อยนัก เคยได้ยินหรือไม่ว่าเขาเคยเอ่ยว่าชอบเล่ออวิ๋น?”เซี่ยจื่อม่อชะงัก ก่อนตอบว่า “ไม่เคย”ต้วนซินหนิงกำผ้าเช็ดหน้าพลางถามต่อ “แล้วเคยสังเกตหรือไม่ ว่าพี่รองของข้าปฏิบัติต่อเล่ออวิ๋นผิดแผกไปจากผู้อื่นหรือไม่?”เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบว่า “……ก็มิเคยได้ยินเช่นกัน”หลังผ่านค่ำคืนที่ได้มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมาแล้ว ต้วนซินหนิงกับเซี่ยจื่อม่อก็มักจะแสดงอารมณ์หงุดหงิดเล็กๆ ตามประสาคนสนิทสนมกันมากขึ้น ซึ่งเวลานี้ก็ไม่ต่างกัน นางเริ่มแสดงความไม่พอใจเล็กน้อย “เหตุใดท่านจึงมิรู้อะไรเลยเล่า?”เซี่ยจื่อม่อรู้สึกแสนจะถูกใส่ความ ทั้งที่ตามจริงเขาก็มิได้สนิทกับต้วนหลิงถึงเพียงนั้น ต้วนหลิงมักชอบอยู่คนเดียวประจำการอยู่ในสำนักควบคุมฝ่ายเหนือซึ่งเต็มไปด้วยเลือดและความเย็นชา ทั้งสองแทบมิได้พบกันบ่อย แม้ได้เจอก็มักพูดคุยกันแค่เรื่องราชสำนักยิ่งไปกว่านั้น ต้วนหลิงเป็นผู้ที่ไม่แสดงอารมณ์ออกมา สีหน้ายิ้มแย้มไม่เปลี่ยนแปลงต่อทุกผู้คน จะเห็นความแตกต่างในการปฏิบัติต่อหลินถิงได้อย่างไรเล่า? จะดูออกก็แปลกแล้วแต่ถึงอย่างไร เซี่ยจื่อม่อก็ไม่กล้าพูดตรงๆ กับต้วนซินหนิง จำต้องเอ่ยอย่างนุ่มนวล