แทนว่า “พี่รองของเจ้าคือองครักษ์เสื้อแพร หากเขาจะปิดบังสิ่งใด ก็ไม่มีผู้ใดจับได้ เจ้าและข้าไม่รู้เรื่องย่อมไม่ใช่ความผิด”จากนั้นเขาก็ย้อนถามกลับ “แล้วเจ้าเล่า เคยได้ยินคุณหนูเจ็ดเอ่ยว่า มีใจให้พี่รองของเจ้าหรือไม่? หรือเคยเห็นว่านางมีท่าทีแตกต่างกับเขาอย่างไรบ้าง?”ต้วนซินหนิงครุ่นคิดอย่างละเอียด “มิได้……เมื่อข้าพูดถึงพี่รองของข้าต่อหน้าเล่ออวิ๋น นางก็หาได้มีปฏิกิริยาใดเป็นพิเศษไม่ หากนางมีใจต่อพี่รองของข้า เหตุใดต้องปิดบังข้าด้วยเล่า?”เซี่ยจื่อม่อเพื่อเอาใจนาง เคยอ่านนิยายรักมามากกว่าร้อยเล่ม ทุกถ้อยความล้วนจดจำไว้ขึ้นใจ เขานึกถึงความเป็นไปได้ข้อหนึ่ง จึงกล่าวว่า “ข้าคิดว่า คุณหนูเจ็ดอาจรู้สึกกระดากใจ กลัวเจ้าจะขัดข้องที่นางอยู่กับพี่รองของเจ้า”“ข้าจะขัดข้องได้อย่างไร? ขอเพียงเล่ออวิ๋นมีใจ ข้าย่อมไม่ขัดข้องแม้แต่น้อย”เซี่ยจื่อม่อยื่นมือไปใต้โต๊ะ กุมมือนางเอาไว้เบาๆ“แม้เจ้าคิดเช่นนั้น แต่นางหาใช่เจ้าไม่ ย่อมไม่แน่ใจว่าเจ้าคิดอย่างไรบ้าง หากนางปิดบังเจ้า ก็เพราะนางเห็นว่าเจ้าคือสหายอันสำคัญยิ่งนัก”ต้วนซินหนิงมิได้โต้แย้ง หากตนเป็นหลินถิงก็คงมีความลังเลเช่นกัน ส่วนเหตุใดหลินถิงจึงเลือกเปิดเผยเรื่องนี้ในวันนี้ ก็คงเป็นเพราะเห็นว่าโอกาสเหมาะสมแล้ว ไม่ต้องการปิดบังอีกต่อไป จึงเลือกเผยความจริงต่อหน้าทุกคนไม่น่าแปลกใจเลยที่วันนี้นางจะดูแปลกประหลาด ตั้งแต่ดื่มชาหลายถ้วยติดกัน ทั้งยังเหงื่อโ