เมาจนสับสนไปหมด ไม่เช่นนั้นคงไม่ทำเช่นนี้เสียงสายน้ำใต้ศาลาไหลเอื่อยๆ แต่ก็ไม่อาจกลบเสียงจูบที่ชุ่มแฉะภายในศาลาได้ หลินถิงได้ยินชัดเจน ริมฝีปากที่ถูกจูบจนชาจนแทบหมดความรู้สึก แก้มแดงซ่านเพราะลมหายใจร้อนผ่าวจากเขานางผลักเขาออก พยายามจะบอกว่าตนเป็นใคร “ข้าคือหลิน-”ทว่าผืนม่านบางเบาด้านหลังสะบัดขึ้นมา แทรกกลางระหว่างพวกเขา บดบังใบหน้าของนาง และทันทีที่ม่านร่วงหล่นลง ต้วนหลิงก็โน้มตัวเข้ามาจูบนางอีกครั้งคำพูดที่ยังไม่ทันเอื้อนเอ่ยถูกกลืนลงคอไป ต้วนหลิงอ้าปาก ลิ้นของเขาดุจงูพิษ ลอบพันรัดนางอย่างเชี่ยวชาญ แต่กลับไร้พิษใด มีเพียงสัมผัสอันนุ่มนวล หว่างคิ้วของหลินถิงกระตุกแรงจนหายใจไม่ทัน นางถอยหลังโดยสัญชาตญาณทว่าต้วนหลิงกลับโอบรัดเอวของนางดึงเข้ามาแนบอกอีกครั้ง ปากที่เพิ่งผละกลับมาแนบชิดอีกหน เส้นใสบางยืดยาวจากริมฝีปากติดอยู่ที่มุมปากของนาง แล้วถูกเขาเลียกลืนราวคนคลั่งที่โหยหานางอย่างไร้เหตุผลสมองของหลินถิงว่างเปล่าไปชั่วขณะ ยามที่ปลายลิ้นของต้วนหลิงแตะเข้ามา นางผลักเขาออกตามสัญชาตญาณไม่รู้ว่าตนต้องการผลักเขาออกไปไกลแค่ไหนไกลออกไป มีเสียงของต้วนซินหนิงดังขึ้น “เล่ออวิ๋น เจ้าอยู่ที่ไหน?”และเสียงของเซี่ยจื่อม่อก็ดังตามมา “อาจอยู่ที่ศาลาข้างหน้า ข้าเห็นคุณหนูเจ็ดเดินไปทางนั้นเมื่อครู่” เขาเคยมาเยือนจวนต้วนมาก่อน จึงรู้ว่าข้างหน้ามีศาลาอยู่หลินถิงรีบผลักชายหนุ่มออกด้วยแรงทั้งหมด ครั้งนี้ต้วนห