ข้อนี้ หัวใจรู้สึกปั่นป่วนอย่างบอกไม่ถูก สุดท้ายนางก็พลันสะบัดม่านออก เดินออกจากศาลาอย่างรวดเร็ว คล้ายคนหนีภัย เดินตามทางหินไปยังที่มาของเสียงต้วนซินหนิงและเซี่ยจื่อม่อ เพื่อหยุดพวกเขาไว้ต้วนซินหนิงตั้งใจมาหาหลินถิงอยู่แล้ว พอเจอนางก็ไม่เดินไปทางศาลาอีก จึงไม่ได้เห็นศาลาและต้วนหลิงที่อยู่ข้างใน เพียงสงสัยว่าริมฝีปากของหลินถิง…ทำไมแดงนัก ดูคล้ายคนเพิ่งถูกจูบ หรืออาจเป็นเพราะเมื่อไม่นานมานี้นางเองก็เพิ่งมีความใกล้ชิดกับเซี่ยจื่อม่อเลยไวต่อสิ่งนี้เป็นพิเศษ ดังนั้นจึงไม่ได้พูดอะไรออกมา“เล่ออวิ๋น ไปเล่นว่าวกันเถอะ” ต้วนซินหนิงเอ่ยชวนหลังโยนห่วงไปเมื่อครู่ เซี่ยจื่อม่อก็ทำว่าวด้วยตนเองมอบให้ต้วนซินหนิงหนึ่งตัว นางเป็นห่วงหลินถิง จึงให้เขาทำเพิ่มอีกตัวต้วนซินหนิงรับว่าวทั้งสองจากมือของเซี่ยจื่อม่อ “เจ้าชอบอันไหนมากกว่ากัน?”หลินถิงเป็นสหายสนิทของต้วนซินหนิง เซี่ยจื่อม่อจึงไม่เคยจ้องมองนาง อีกทั้งยังแทบไม่เคยเหลือบสายตามาหานางเลย สายตาของเขาตลอดเวลาล้วนจับจ้องอยู่แต่ต้วนซินหนิง จึงไม่ทันสังเกตว่าริมฝีปากของหลินถิงนั้นแดงเกินไปหรือไม่เซี่ยจื่อม่อกล่าวเสริมตามคำพูดของต้วนซินหนิงอย่างนุ่มนวล “วันนี้อากาศเหมาะกับการเล่นว่าวนัก”หลินถิงบัดนี้หาได้มีใจจะเล่นว่าวไม่ ภาพต้วนหลิงในสภาพเมาแล้วเผยท่าทีเย้ายวนผุดขึ้นในหัวนางมิหยุด “เจ้าเล่นไปก่อนเถิด ข้าค่อยมาเล่นกับเจ้าคราวหน้า วันนี้ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบ