าย”ต้วนซินหนิงโยนว่าวกลับไปให้เซี่ยจื่อม่อ แล้วจับมือหลินถิงด้วยความเป็นห่วง “เจ้ารู้สึกไม่สบาย? ไม่สบายตรงไหนหรือ? เป็นเพราะกินของผิดหรือไม่?”ไม้ไผ่ที่ใช้ค้ำว่าวแทบจะจิ้มใบหน้าของเซี่ยจื่อม่อเข้าให้ เขาได้แต่เงียบงัน “……”หลินถิงแกล้งหาวหนึ่งที “คงเป็นเพราะข้าตื่นเช้าเกินไป จึงรู้สึกง่วง เห็นทีข้าควรกลับก่อน” งานเลี้ยงวันเกิดใกล้จะจบอยู่แล้ว เวลานี้นางขอตัวกลับก็หาใช่เรื่องเสียมารยาทไม่ต้วนซินหนิงเสียดายนัก อยากรั้งนางให้อยู่ค้างคืนที่จวน จึงเอ่ยแนะ “หรือเจ้าจะไปพักที่ห้องข้าก่อน แล้วคืนนี้ค่อยกลับ?”หลินถิงส่ายหน้าอย่างเด็ดขาด หากต้องพักค้างในจวนต้วน ก็ยากนักจะหลีกเลี่ยงไม่ให้พบต้วนหลิงอีก นางยังมิรู้ว่าควรเผชิญหน้ากับเขาเช่นไร อีกทั้งยังไม่รู้ว่าเขาจะจำเรื่องในศาลาได้หรือไม่เมื่อสร่างเมา คิดแล้ว……กลับจวนหลินน่าจะดีกว่าเห็นหลินถิงตั้งใจจะกลับ ต้วนซินหนิงก็ไม่ฝืนใจนาง จึงเรียกหาเถาจูที่น่าจะกินเสร็จแล้วให้มา แล้วส่งทั้งสองออกจากจวนด้วยตนเองเซี่ยจื่อม่อที่ถูกละเลยก็ไม่มีท่าทีดั่งคุณชายสักนิด มือหนึ่งถือว่าวอีกมือประคองชายเสื้อ วิ่งตามไปอย่างว่องไว เขารู้ว่าต้วนซินหนิงให้ความสำคัญกับหลินถิง จึงต้องแสดงความใส่ใจให้นางเห็นทันทีที่ขึ้นรถม้า หลินถิงก็ทิ้งตัวนอนคว่ำ เถาจูที่ตามขึ้นมาทีหลังตกใจ คิดว่านางเป็นลม รีบร้องถาม “คุณหนูเจ็ด!”“ข้าไม่ได้เป็นลม เจ้าอย่าเข้าใจผิด” หลินถิงยันกายขึ้น นั่