ยบเชิญมาว่าอยากให้คุณหนูไปด้วยเจ้าค่ะ ท่านจะไปหรือจะปฏิเสธเช่นเคย แล้วส่งของขวัญไปแทน?”หลินถิงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยว่า “ไปเถิด”ครั้งนี้มิใช่เพียงแค่งานชมบุปผา หากแต่เป็นวันเกิดของเฝิงฮูหยิน นางในฐานะผู้น้อยก็ควรไปแสดงมุทิตาจิตอยู่แล้ว อีกทั้งเฝิงฮูหยินหาใช่แค่มารดาของต้วนหลิง แต่ยังเป็นมารดาของต้วนซินหนิงด้วยหลินถิงลุกออกจากตั่ง เดินไปล้มตัวลงนอนบนเตียง ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมหน้าท้อง “ดึกมากแล้ว เจ้าก็ไปพักผ่อนเถิดไม่ต้องเฝ้ายามคืนนี้”“เจ้าค่ะ” เถาจูมิกล่าวรบกวนอีก ปล่อยผ้าม่านลงแล้วออกจากห้องไปหลังจากนั้นไม่นาน ก็มีเสียงขยับตัวเบาๆ ดังออกมาจากด้านในม่าน หลินถิงพลิกตัวไปมา นอนไม่หลับ ยามหลับตาลงกลับรู้สึกเหมือนยังมีบางสิ่งหลงเหลือในฝ่ามือที่ลบไม่ออกสิ่งที่ทำให้นางรู้สึกไม่อาจลืมได้ คือปฏิกิริยาของต้วนหลิงในห้องส่วนตัวของหอหมิงเยว่ เขาเงยหน้า แววตางามละมุนแลดูแดงจัดอย่างผิดปกติ ยามท้ายที่สุดกลับไม่สามารถควบคุมตนเองได้ จูบนางอย่างแนบแน่น ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งเร่าร้อนและเย้ายวน เสียงหายใจยังคงติดขัดอยู่ในความทรงจำ ยามทุกอย่างจบลง เขาก็ซุกหน้าลงบนลำคอของนาง ลมหายใจร้อนชื้นเป่ารดผิวให้รู้สึกวาบหวิวแม้ในชาติภพก่อน หลินถิงจะมิใช่หญิงสาวใสซื่อบริสุทธิ์ เคยอ่านนิยายติดเรทมาก็มาก ดูหนังจำกัดอายุก็มานักต่อนัก ทว่าการได้สัมผัสร่างชายหนุ่มจริงๆ ด้วยตนเองกลับเป็นครั้งแรก จึงนำมาซึ่งความรู้สึกพร่า