จุดเทียนเล่มที่ถูกลมพัดดับลงเถาจูจุดเทียนเสร็จ ก็รีบเดินไปเลื่อนหน้าต่างให้แคบลงเล็กน้อย “คุณหนูเจ็ด กลับมาดึกขนาดนี้ หากกลับมาช้ากว่านี้อีกนิด คงจะเปียกฝนแล้วเจ้าค่ะ”พอปิดหน้าต่างลง เสียงฝนก็เบาลงอย่างเห็นได้ชัด หลินถิงเอนกายลงนอนหนุนหมอน ใบหน้าเงยขึ้น มองเพดาน“วันนี้มีเรื่องต้องจัดการ……ลำบากสักหน่อย”คนที่ลำบากจัดการที่สุดก็คือต้วนหลิง เส้นผมยาวที่เพิ่งสระเสร็จยังเปียกชื้น หยาดน้ำหยดแหมะๆ ลงขอบตั่งเป็นระยะเถาจูเปิดตู้ หยิบผ้าฝ้ายเนื้อหยาบออกมา ก่อนจะนั่งลงบนกระดานไม้ข้างตั่งเพื่อเช็ดผมให้นาง “คุณหนูเจ็ดจัดการเรียบร้อยแล้วหรือเจ้าคะ?”หลินถิงนิ่งไปเล็กน้อย “เรียบร้อย……ในระดับหนึ่ง”“ก็ดีแล้วเจ้าค่ะ ก่อนคุณหนูจะกลับมา ฮูหยินเคยให้คนมาถามหาท่าน บ่าวบอกว่าท่านไปพบองค์หญิง แล้วจะแวะไปทำธุระที่ร้านผ้า จึงรีบกลับมารายงานก่อน” เถาจูเล่าอย่างคล่องแคล่วสมบทบาทที่ตกลงกันไว้หลินถิงนิ่งเงียบไม่ได้ตอบ เถาจูเห็นคุณหนูยังลืมตาอยู่ ตอนแรกนึกว่านางหลับไปแล้ว “คุณหนูเจ็ด ท่านดูเหม่อลอยไปนะเจ้าคะ”หลินถิงพลันเรียกสติกลับมา “วันนี้ข้าแค่เหนื่อย อยากพักเร็วหน่อย”เถาจูจึงเร่งเช็ดผมให้นางเร็วขึ้น เพื่อจะได้นอนได้ไว “อีกนิดเดียวเจ้าค่ะ คุณหนูอดทนสักหน่อย ผมเปียกนอนหลับไม่ดีต่อสุขภาพ”หลินถิงยกมือขึ้นห้าม “ไม่ต้องรีบก็ได้ ค่อยๆ เช็ด ข้ารู้สึกสบายดี”เถาจูมองมือของหลินถิง เห็นว่าฝ่ามือนางแดงระเรื่อ นิ้วมือก็งามแ