เจ้าค่ะ เขาเพิ่งเข้ามาในเมืองไม่นาน อีกทั้งไม่ค่อยออกจากร้าน ท่านต้วนคงจำผิดไปแล้ว”ต้วนหลิงมองนางอย่างลึกซึ้ง “เพราะเช่นนั้น ข้าจึงใช้คำว่ารู้สึกเหมือน มิใช่แน่ใจว่า”จินอันไจ้เดินไปหยิบเก้าอี้มานั่งพิงชั้นหนังสืออย่างสบายอารมณ์ “จะเคยเจอก็ไม่แปลกหรอก เขาเคยพเนจรในยุทธภพมาก่อน”“คุณชายจินกล่าวได้ถูกต้องนัก” ต้วนหลิงยิ้มน้อยๆ มิได้กล่าวสิ่งใดอีกกับเซี่ยชิงเหอ แล้วจึงสาวเท้าก้าวขึ้นบันไดไม้ มือหนึ่งประคองชายอาภรณ์อย่างสุภาพ ขึ้นสู่ชั้นบนอย่างสง่างาม หลินถิงเดินนำหน้าเป็นผู้นำทางเมื่อพวกเขาขึ้นไปบนชั้นสองแล้ว เซี่ยชิงเหอหาได้กลับไปยังลานหลังเรือนไม่ ด้วยรู้ว่าต้วนหลิงเป็นคนระแวง หากเขาหลบเลี่ยง จะยิ่งเป็นเหตุให้อีกฝ่ายสงสัยมากขึ้นอยู่ดี ไหนๆ ก็พบกันในวันนี้แล้ว จะรับมืออีกสักหน่อยจะเป็นไรไปบนชั้นสอง หลินถิงเร่งรีบแนะนำหอหนังสือให้จบโดยไว จากนั้นจึงพาต้วนหลิงกลับลงมา นางแสร้งกล่าวด้วยท่าทีสบายๆ“ท่านต้วนอยากชมลานหลังเรือนหรือไม่เจ้าคะ? ที่นั่นมีไก่อยู่สองสามตัว กับสุนัขอีกหนึ่งตัว”ต้วนหลิงพยักหน้าเรียบๆ “อืม ไปชมหน่อยก็ดี”“…” หลินถิงใจแทบหล่น นางเพียงพูดลอยๆ ให้เขาเข้าใจว่าหอหนังสือมิได้มีสิ่งใดต้องสงสัย หาใช่ชวนชมจริงๆไม่ คิดไม่ถึงว่าเขาจะสนใจไปเสียหมด แม้แต่ลานหลังก็ไม่เว้น-แต่ในเมื่อเซี่ยชิงเหอยังนั่งอยู่ที่เดิมแล้ว ก็ให้ดูไปเถิดจินอันไจ้นั่งอยู่ข้างชั้นหนังสือแถวหน้า มองพวกเขาเปิดม่าน