วงศ์ก่อน แต่กลับไม่มีใครจำได้ ทว่ากับเซี่ยชิงเหอไม่เหมือนกัน หมายจับเขาถูกแปะเต็มเมือง พร้อมภาพวาดอย่างชัดเจน หากไม่ตาบอดก็ต้องจำได้แน่ ดังนั้นโลกภายนอกจึงอันตรายยิ่งกว่าหอหนังสือ ณ ตอนนี้หลินถิงคว้าข้อมือต้วนหลิงแล้วลากขึ้นชั้นบน “ข้าว่าหนังสือชั้นบน เหมาะกับท่านมากกว่านะเจ้าคะ”ทั้งสามมองมือที่นางจับข้อมือต้วนหลิงอย่างพร้อมเพรียง จินอันไจ้สีหน้าแปลกประหลาด เซี่ยชิงเหอหรี่ตาลงเล็กน้อย ระหว่างนางกับต้วนหลิงมีความสัมพันธ์เช่นไร? จากที่เขารู้มา ต้วนหลิงดูเหมือนอ่อนโยน แต่แท้จริงแล้วระแวดระวังสูงยิ่งนัก คนในคุกลับยังขนานนามเขาว่าปิศาจ เขายอมให้นางแตะต้องได้อย่างไร?ต้วนหลิงก้มหน้าลงเล็กน้อย ไม่ขยับเขยื้อน หลินถิงเห็นว่าเขาไม่ขยับ จึงหันกลับไปดู แล้วพบว่าทุกสายตากำลังจ้องมือของตนที่จับข้อมือเขาอยู่ จึงรีบปล่อยทันที“ข้าแค่รีบ อยากให้ท่านขึ้นไปดูหนังสือข้างบนโดยไวเท่านั้นเจ้าค่ะ”ต้วนหลิงขยับข้อมือที่เคยบาดเจ็บในอดีตเล็กน้อย พร้อมกล่าวเบาๆ “เพราะข้ายังมีคำถามอยากถามคุณชายเสิ่นอีกข้อหนึ่ง”หลินถิงพยายามควบคุมสีหน้า “ท่านอยากถามสิ่งใดหรือเจ้าคะ?”แสงตะเกียงภายในหอหนังสือริบหรี่ลงก่อนที่ต้วนหลิงจะเข้ามา เขาเงยหน้าจ้องเซี่ยชิงเหอผ่านความมืด“คุณชายเสิ่น ข้ารู้สึกว่าเราเคยพบกันที่ไหนมาก่อน แม้จะมองไม่เห็นหน้าท่านชัดเจน แต่รู้สึกคุ้นเคยนักราวกับ……เคยรู้จักกันมาก่อน”หลินถิงรีบพูดกลบ “เป็นไปไม่ได้หรอก