ิงเหอ แล้วเอ่ยยิ้ม “สหายของคุณชายจิน ก็นิยมสวมหน้ากากด้วยหรือ?”หลินถิงรีบไอแห้งๆ “คุณชายจินนั้นสวมเพราะหน้าตาอัปลักษณ์ ส่วนเขา…เขามีศัตรูมากมาย เพราะเคยเร่ร่อนในยุทธภพจนเป็นที่หมายหัว หน้ากากจึงเป็นเกราะป้องกันมิให้ศัตรูจำได้เจ้าค่ะ”เซี่ยชิงเหอไม่กล่าวแม้แต่คำเดียว ต้วนหลิงสาวเท้าเข้าไปหนึ่งก้าว ดาบซิ่วชุนที่ข้างเอวขูดกับชั้นหนังสือ“หากมีศัตรูมากมาย เช่นนั้นย่อมอันตรายนัก ขออภัยที่เสียมารยาท-ขอเรียนถามนามของท่านได้หรือไม่? ข้าประสงค์จะรู้จักสหายในยุทธภพมากขึ้นเช่นกัน”หลินถิงรีบแทรก “เขาชื่อเสิ่นเจี้ยนกุ้ยเจ้าค่ะ และเขาเป็นใบ้!”ต้วนหลิงเคยได้รับคำสั่งตามล่าตัวเซี่ยชิงเหอมาก่อน แน่นอนว่าย่อมจำเสียงเขาได้ หากชายผู้นี้เอ่ยวาจาแม้เพียงครึ่งคำ ความลับคงแตกแน่ ดังนั้นนางจึงป้องกันไว้ก่อนเซี่ยชิงเหอพยักหน้าเบาๆ แสดงความเห็นด้วย ต้วนหลิงย่างเท้าอีกสองก้าว ใบดาบสะบัดผ่านอากาศ“แท้จริงแล้วเป็นใบ้ เช่นนั้นถือว่าข้าล่วงเกิน”เซี่ยชิงเหอยกมือโบกเบาๆ อย่างไม่ถือสา หลินถิงขยับมาขวางตรงกลาง เสียงนุ่ม“อย่าได้พูดถึงเรื่องนี้เลยเจ้าค่ะ ท่านต้วนมิได้อยากชมร้านหนังสือหรือ? บนชั้นสองยังมีตำราน่าสนใจ ข้าจะนำท่านขึ้นไปชมเจ้าค่ะ”นางไม่กล้าให้จินอันไจ้นำเซี่ยชิงเหอออกไปนอกถนน เพราะแม้บนถนนจะแลดูปลอดภัย แต่เหล่าทหารยามเดินตรวจเป็นระยะ หากเห็นผู้ต้องสงสัยก็จะขอให้เปิดหน้าดูและแม้จินอันไจ้จะเป็นเชื้อพระวงศ์จากราช