อยู่กับคุณชายจิน ณ หอหนังสือแห่งนี้เจ้าค่ะ อย่างไรเสีย ร้านก็ไม่ค่อยมีลูกค้า ห้องว่างก็มาก ถือเป็นการแบ่งปันน้ำใจระหว่างสหาย”ต้วนหลิงรับฟังอย่างสงบ ก่อนกล่าวเสียงเรียบ “คุณหนูเจ็ดช่างใจดีนัก”หลินถิงกลอกตาไปรอบห้อง หวังจะรู้ว่าเซี่ยชิงเหอแอบอยู่แห่งใด เผื่อจะช่วยกลบเกลื่อนได้ทัน“ล้วนเป็นสหายกัน ย่อมต้องช่วยเหลือกันเจ้าค่ะ”ต้วนหลิงหูไว จับเสียงผิดแปลกได้ทันที“สหายของคุณชายจินผู้นั้นอยู่ที่ใดกัน? ข้าเข้ามานานพอควร แต่ยังไม่เห็นแม้แต่เงา หรือว่าออกไปข้างนอกแล้ว?”หลินถิงรีบเอ่ย “เขา…”เสียงเย็นของจินอันไจ้ดังขึ้นเสียก่อน “เขาอยู่ที่นี่”จินอันไจ้นำบุรุษผู้หนึ่งออกมาจากลานหลังเรือน สีหน้าเรียบเฉย“ท่านต้วนต้องการพบสหายของข้าหรือ?”หลินถิงรีบหันไปมอง แล้วต้องกลั้นหายใจ เซี่ยชิงเหอสวมหน้ากากอัปลักษณ์ไว้เรียบร้อยแล้ว การแปลงโฉมจำเป็นต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วยาม เวลานี้ทำไม่ทัน เขาสวมชุดรัดรูปสีดำ พร้อมปลอกแขนและมีดพกประดับเอวลักษณะมิใช่คุณชายสกุลสูงศักดิ์ หากแต่คล้ายชาวยุทธ์เร่ร่อนด้วยจินอันไจ้ใช้สถานะชาวยุทธ์บังหน้า การที่มีสหายในหมู่ชาวยุทธ์จึงเป็นเรื่องปกติ ต้วนหลิงมิได้ตกใจแม้แต่น้อย กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“หาได้ต้องการพบสหายของคุณชายจินไม่ เพียงแต่ข้าได้ยินเสียงลมหายใจของบุคคลที่สี่ จึงอยากแน่ใจว่าเป็นสหายของท่าน มิใช่ผู้ร้ายแอบซ่อนอยู่”สายตาของเขาค่อยๆ ลากผ่านใบหน้าที่ปกปิดของเซี่ยช