ด้หรือไม่ก็หาได้สำคัญไม่ และเพราะข้าเงินทองขัดสน จึงซื้อได้เพียงร้านค้าในที่เปลี่ยวเช่นนี้”นางแสร้งทำเป็นคนยากจน-ไม่สิ ไม่จำเป็นต้องแสร้ง เพราะความจริงก็เป็นเช่นนั้นอยู่แล้วต้วนหลิงมองนางด้วยแววตายิ้มละไม “ข้าจำได้ว่าเจ้าขอพรในโคมดอกบัวว่าอยากร่ำรวยมิใช่หรือ? ความฝันของเจ้ามิใช่ ‘ร่ำรวยมหาศาล’ หรือ?”หลินถิงยืดอกเอ่ยอย่างภูมิใจ “คนเรามิอาจมีเพียงความฝันเดียวได้ ความฝันอยากมีหอหนังสือเป็นของตนเองนั้นเป็นความปรารถนาในวัยเด็ก ส่วนคำขอ ‘ร่ำรวย’ นั้นเป็นความฝันในตอนนี้เจ้าค่ะ”ต้วนหลิงพยักหน้าเบาๆ “ที่เจ้าว่าก็ดูสมเหตุสมผลดี”หลินถิงรีบเบี่ยงบทสนทนา “หากท่านต้วนเห็นเล่มใดเข้าตา ข้ายินดีมอบให้หนึ่งเล่มเจ้าค่ะ”คำว่า “หนึ่งเล่ม” เน้นชัด มิใช่ “กี่เล่มก็ได้” หากแต่ “เล่มเดียวเท่านั้น”ต้วนหลิงรับคำพร้อมรอยยิ้ม “เช่นนั้นข้าขอบคุณล่วงหน้า”ว่าแล้วก็เอ่ยถามต่ออย่างไม่แสดงพิรุธ “หอหนังสือแห่งนี้ โดยปกติมีเพียงเจ้ากับคุณชายจินเท่านั้นหรือ?”หลินถิงมิได้ตอบในทันที หากแต่คิดอย่างรวดเร็วว่าเหตุใดเขาจึงถามเช่นนี้ หรือว่าเขาได้ยินเสียงลมหายใจของเซี่ยชิงเหอ จึงรู้ว่ามีบุคคลที่สี่ซ่อนอยู่ในห้อง?นางมิกล้าคิดนาน เกรงจะเผยพิรุธ จึงรีบกล่าว “มิใช่เจ้าค่ะ ยังมีอีกผู้หนึ่ง”ต้วนหลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “อีกผู้หนึ่งหรือ?”หลินถิงรีบแต่งเรื่อง “เขาเป็นสหายของคุณชายจิน เพิ่งเข้ามาในเมืองหลวง มิมีที่พักพิง ข้าจึงให้เขาอาศัย