ง แต่ก็ยังอดหน้าแดงไม่ได้ต้วนหลิงตอบนิ่งๆ “นางทำหล่นไว้ที่หอหมิงเยว่ ข้าเก็บได้ จะร้องเรียก แต่นางเดินเร็วไปหน่อย ข้าจึงตามมา”จินอันไจ้ไม่แน่ใจว่าจะเชื่อดีหรือไม่ “วันนี้ท่านต้วนก็ไปที่หอหมิงเยว่หรือ?”หอหมิงเยว่เป็นซ่องชั้นสูงแห่งเมืองหลวง ไม่มีใครไม่รู้จัก ต้วนหลิงตอบอย่างไร้คลื่นลม“เป็นการตรวจตราประจำขององครักษ์เสื้อแพรเท่านั้น”หลินถิงรีบเสริม “ใช่แล้ว องครักษ์เสื้อแพรเขาตรวจเป็นกิจวัตร ข้าก็ว่าบังเอิญดีนัก บังเอิญเจอท่านต้วนพอดี-แต่ข้าเป็นพลเมืองดี ซื่อตรง ไม่เกี่ยวกับข้าเลยเจ้าค่ะ!”ต้วนหลิงเดินสวนกับนางเข้าไปในหอหนังสือ มองดูหนังสือที่เรียงรายอยู่บนชั้น ก่อนเอ่ยถาม“เหตุใดเจ้าจึงเลือกเปิดหอหนังสือ ณ สถานที่เช่นนี้?”ที่นี่ตั้งอยู่ในตรอกลึก ผู้คนผ่านไปมาน้อยนัก โดยทั่วไปคงไม่มีผู้ใดคิดจะเปิดหอหนังสือในสถานที่เช่นนี้ เว้นแต่เป้าหมายของการเปิดร้าน มิใช่เพื่อค้าขายเงินทอง นี่เองหลินถิงจึงเข้าใจในนัยแฝงของคำพูดเขานางตอบโต้กลับอย่างมีไหวพริบ “ที่จริง ข้าเปิดร้านหนังสือแห่งนี้ มิใช่เพื่อแสวงหากำไรเจ้าค่ะ”ต้วนหลิงจดจำได้ว่าหลินถิงมักสวมเครื่องรางรูปเทพเจ้าแห่งโชคลาภติดตัวเสมอ ครั้งหนึ่งยังขอเบิกห้าร้อยตำลึงเพื่อไปซื้อยาบำรุง ทว่าสุดท้ายนางก็หาได้ซื้อมันไม่ เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย“มิใช่เพื่อแสวงหากำไร?”หลินถิงเริ่มกล่าวคำลวง “ความฝันในวัยเยาว์ของข้าคืออยากมีหอหนังสือเป็นของตนเองเจ้าค่ะ จะขายไ