้ว่าจินอันไจ้ไม่มีทางเอาชีวิตเซี่ยชิงเหอมาล้อเล่น นางยังนึกว่าเขาเป็นสายลับขององครักษ์เสื้อแพรเสียแล้ว!ต้วนหลิงหรี่ตาลงเล็กน้อย เสียงทอดอารมณ์ “เจ้าเพิ่งบอกว่าในร้านไม่มีใครมิใช่หรือ?”หลินถิงแสร้งยิ้ม “เขาไม่นับเป็นคนเจ้าค่ะ”ทว่าต้วนหลิงจำเสียงได้ทันที “เสียงของคุณชายจินมิใช่หรือ? เหตุใดคุณหนูเจ็ดจึงว่าเขาไม่ใช่คน?”หลินถิงถึงกับยอมรับเสียงแข็ง “สำหรับข้า…จินอันไจ้ไม่นับว่าเป็นคนเจ้าค่ะ”ต้วนหลิงหัวเราะเบาๆ “คุณหนูเจ็ดช่างพูดล้อเล่นได้เก่งนัก หากมิใช่คนใกล้ชิด คงไม่กล้าหยอกเช่นนี้หรอก”จินอันไจ้ที่ตอนนี้อยู่หน้าชั้นหนังสือ แม้ยังไม่สัมผัสพลังลมหายใจของต้วนหลิง แต่เสียงที่เขาได้ยินกลับชัดเจน จึงเขยิบมือดึงเชือกแขวนในหอหนังสือขึ้น เปิดตะเกียงในลานหลังเรือนให้สว่างขึ้นมาในทันทีเมื่อเปิดไฟเสร็จ จินอันไจ้ก็เดินอ้อมชั้นหนังสือมา จ้องไปที่ปิ่นทองบนผมของหลินถิง แล้วจึงมองต้วนหลิงที่ยังมีริ้วแดงจางบนใบหน้า“คารวะท่านต้วน”ต้วนหลิงสบตาเขา “คารวะคุณชายจิน”จินอันไจ้สวมหน้ากากเช่นทุกครั้งหลังมื้ออาหาร วันนี้ก็เช่นกัน เขาจึงเอ่ยเสียงเรียบ “ท่านต้วนมาชมหนังสือ หรือว่ามาซื้อหนังสือหรือ?”ต้วนหลิงยิ้มอย่างอ่อนโยน “ข้าเพียงแค่นำปิ่นทองมาคืนคุณหนูเจ็ดเท่านั้น”สายตาของจินอันไจ้เลื่อนไปยังปิ่นบนผมนางอีกครั้ง น้ำเสียงยังคงเย็นเฉียบ “ปิ่นทองของนาง ไยจึงอยู่ในมือท่าน?”แม้หลินถิงจะมั่นใจว่าต้วนหลิงไม่เอ่ยความจริ