ม่เข้าใจว่าทำไมหลินเล่ออวิ๋นถึงหลงใหลต้วนหลิงนัก ในเมื่อรู้นิสัยแท้จริงว่าเป็นคนโหดเหี้ยม ใจดำอำมหิต ไร้ความเมตตา……แต่ยังคิดจะเข้าใกล้เพียงเพราะหลงในรูปงามกระนั้นหรือ?เขาจึงแอบพิจารณาใบหน้าต้วนหลิงอีกครั้ง แล้วก็พบว่า……ก็นับว่างดงามนัก ทั้งบุคลิก อากัปกิริยาล้วนสะกดตาในขณะที่จินอันไจ้ตัดสินหลินถิงว่าเป็นนางมารผู้อยากลวนลามชายงาม นางก็มัวแต่คิดเรื่อง “จะยั่วยวนต้วนหลิงอย่างไร” “ยั่วยวนอย่างมีชั้นเชิงต้องทำอย่างไร” และ “ยั่วยวนแล้วยังรักษาชีวิตรอดได้หรือไม่”ตลอดมื้ออาหาร หลินถิงกลับรู้สึกอาหารจืดชืดไร้รส กินไปเพียงครึ่งถ้วยก็วางตะเกียบลง ต้วนหลิงมองด้วยแววตาอ่อนโยน เอ่ยถามว่า “อาหารวันนี้ไม่ถูกปากหรือ? ข้าสังเกตว่าเจ้าทานไปน้อยนัก”หลินถิงยิ้มแห้งๆ ตอบว่า “มิใช่เจ้าค่ะ ข้าทานขนมไปมากก่อนมา จึงมิได้หิว”เขาพยักหน้า ไม่ซักไซ้ต่อ หันกลับไปสนทนากับจินอันไจ้ตามปกติ หลินถิงจึงได้แต่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ ด้วยจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวครั้นถึงยามจื่อ การพบปะครั้งนี้ก็สิ้นสุดลง ต้วนหลิงให้คนจัดรถม้าส่งหลินถิงกลับจวน ไม่ได้ออกมาส่งด้วยตนเองส่วนจินอันไจ้ก็แยกกลับไปยังหอหนังสือของตน***กลับถึงจวนสกุลหลิน หลินถิงก็พลันลุกลี้ลุกลนวิ่งไปมา ราวกับลิงน้อยอยู่ไม่สุข เพียงแค่ได้ยินคำว่า “ยั่วยวน”ภาพในสมองก็น่าละอายเกินบรรยาย บางภาพเกินกว่าการถอดผ้าด้วยซ้ำ ล้วนเป็นผลจากการอ่านนิยายไม่เหมาะสมในอดีต!หลินถิงต้อง