ฮูหยินส่งเทียบเชิญมาเจ้าค่ะ บอกว่าขอบคุณที่คุณหนูส่งผ้าไหมไปให้ อยากชวนคุณหนูไปร่วมงานชมบุปผาเจ้าค่ะ”“งานชมบุปผาหรือ?” หลินถิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าว “ไม่ไป บอกฮูหยินว่าข้ามีธุระ ไม่อาจไปร่วมได้ขออภัยด้วย”เฝิงฮูหยินมีท่าทีจะจับคู่ให้นางกับต้วนหลิง นางจึงไม่ควรพบหน้ามากนัก ที่ส่งผ้าไหมไปให้ครานั้นก็เพราะอีกฝ่ายเคยส่งกำไลหยกให้นาง ของมา ของไปก็เท่านั้นแม้ว่าผ้าไหมของนางจะเทียบกับกำไลหยกนั้นมิได้ แต่ก็เป็นน้ำใจเล็กน้อย หากยังไม่พอ ในนาคตก็ค่อยตอบแทนเถาจูไม่เคยตั้งคำถามกับการตัดสินใจของหลินถิง “คุณหนูเจ็ดเจ้าคะ อีกสองสามวันจะให้บ่าวไปสืบข่าวความเคลื่อนไหวของท่านต้วนอีกหรือไม่เจ้าคะ?”หลินถิงเอนศีรษะพิงมือตน หรี่ตาแล้วหาวอีกครา “ตามเดิม”เถาจูปักดอกโบตั๋นสีชมพูอ่อนลงบนมวยผมของหลินถิง แล้วอดไม่ได้จะบ่นเบาๆ “คุณหนูเจ็ดเจ้าคะ ต่อไปอย่าตื่นเช้าขนาดนี้อีกเลยนะเจ้าคะ”หลินถิงเองก็มิได้อยากตื่นเช้า เพียงแต่เสียงจักจั่นนั้นหนวกหูยิ่งนักจึงต้องตื่น “อืม รู้แล้ว”นอกหน้าต่าง เสียงจักจั่นยังคงเจื้อยแจ้วไม่ขาดสาย ทว่าผู้ที่ตื่นเช้าในวันนี้ มิได้มีแต่หลินถิงเท่านั้น แต่รวมถึงเหล่าขุนนางทั้งหลายในราชสำนักแคว้นต้าเหยียนด้วยด้วยราชโองการบัญญัติไว้ว่า ขุนนางในราชสำนักที่มีบรรดาศักดิ์ตั้งแต่หกขั้นขึ้นไป ต้องเข้าร่วมการเข้าเฝ้าเช้าทุกครา ครั้นเสียงกลองที่หอประตูเมืองดังขึ้นสามครา ขุนนางทั้งหลายจึงเริ่ม