เข้าสู่ราชวังขุนนางขั้นหนึ่งถึงสี่ต่างสวมอาภรณ์สีแดงเข้ม ส่วนห้าขั้นลงไปล้วนแต่นุ่งอาภรณ์สีคราม มองจากที่สูงลงมา แดงกับน้ำเงินคลุกเคล้ากันเป็นภาพอันงดงามยิ่ง ต้วนหลิงก็อยู่ในหมู่ขุนนางนั้นด้วยเขาอายุเพียงยี่สิบสอง แต่ในหมู่ขุนนางผู้สูงวัย กลับยืนเด่นเป็นสง่าดั่งอัญมณีไร้ตำหนิ รูปร่างสง่างาม หน้าตาเยาว์วัยสะดุดตา เมื่อมาถึงลานหน้าพระที่นั่งฟ่งเทียน ขุนนางทั้งหลายต่างเข้าประจำตำแหน่ง ต้วนหลิงก็เช่นกัน ไม่นานนัก ฮ่องเต้เจียเต๋อก็เสด็จออกประทับขุนนางทั้งหลายคุกเข่าลงเบื้องหน้าพระที่นั่ง ถวายบังคมสามครั้งเก้าหนด้วยความพร้อมเพรียง ขันทีที่ยืนข้างองค์ฮ่องเต้ส่งเสียงกังวาน “หากมีราชกิจจงกราบทูล หากไม่มีราชกิจ ขอทรงโปรดอนุญาตถอยทัพเถิด”อัครมหาเสนาบดีซ้ายผู้สูงวัยก้าวออกมาพร้อมคทาประจำตำแหน่งในมือ “กระหม่อมมีราชการขอทูลพะยะค่ะ”“เชิญว่ามา” ฮ่องเต้รับสั่งเสนาบดีซ้ายกล่าวด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ “เหลียงอ๋องทรงลักลอบเปิดเหมืองเหล็กในเมืองซิ่นโจวพะยะค่ะ”ถ้อยคำนั้นสร้างความตระหนกแก่ขุนนางทั้งหลาย ไม่ทราบว่าตกใจเพราะเหลียงอ๋องเปิดเหมืองเถื่อน หรือเพราะเสนาบดีกล้ากล่าวโทษพระญาติของฮ่องเต้เช่นนั้น มีแค่เพียงต้วนหลิงที่ยังคงสงบนิ่งฮ่องเต้ถามเสียงเรียบ “มีหลักฐานหรือไม่?”เสนาบดีทราบดีว่าฮ่องเต้ทรงโปรดเหลียงอ๋อง จึงก้มศีรษะกล่าวว่า “กระหม่อมเคยรวบรวมหลักฐานไว้แล้ว แต่ถูกคนของเหลียงอ๋องขัดขวางและยึดไป การเปิด