รู้สึกว่าไม่ค่อยมีลูกค้าเลยเจ้าคะ?”หลินถิงตอบอย่างใจเย็น “ไม่ถึงกับแย่นัก”ฤดูซบเซาก็เป็นเรื่องธรรมดา อย่าไปตื่นตระหนก อย่างไรเสียนางยังมีเงินส่วนตัวอยู่มาก ไม่ปล่อยให้ร้านล้มแน่ไม่ทันขาดคำ ชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในร้าน ถามว่ามีผ้าไหมหางโจวหรือไม่เถ้าแก่เห็นบุรุษผู้นั้นท่าทางภูมิฐาน จึงออกมาต้อนรับเอง “มีขอรับ เรียนเชิญคุณชายทางนี้”เถาจูเหลือบมองไปยังบุรุษผู้นั้นเพียงแวบเดียว ก็รีบเขย่าแขนนาง “คุณหนูเจ็ด รีบลืมตาดูเถิด ดูว่าใครมา…ท่านต้วน ท่านต้วนกลับเมืองหลวงแล้ว!”หลินถิงลืมตาขึ้นพอดีสบตากับต้วนหลิงที่กำลังหันมาทางนี้ ผิวพรรณของเขายังคงขาวเนียนเช่นเดิม ผมดำมัดด้วยมงกุฎหยก แม้ผอมลงเล็กน้อยก็ยิ่งเผยให้เห็นรูปร่างที่เพรียวสง่างาม เสื้อคลุมสีเขียวเรียบง่ายกลับยิ่งขับให้ใบหน้าของเขาดูโดดเด่นหลินถิงตะลึงเล็กน้อย “ท่านต้วน?”ต้วนหลิงสบตานางครู่หนึ่ง “คุณหนูเจ็ด มิได้พบกันเสียนาน”ด้วยมารยาท นางจึงวางพวงองุ่นในมือลง เดินเข้าไปใกล้ “นานพอสมควรทีเดียว ท่านกลับมาเมืองหลวงตั้งแต่เมื่อใดเจ้าคะ?”เมื่อสองวันก่อนนางยังไปเยี่ยมต้วนซินหนิง ไม่เห็นเขาเลย แสดงว่าเพิ่งกลับมาเมื่อวานหรือวันนี้ต้วนหลิงตอบ “เพิ่งกลับวันนี้”สายตาหลินถิงเหลือบไปเห็นผ้าไหมในมือเถ้าแก่ “ท่านมาซื้อผ้าไหม?”เขาพยักหน้า “ข้าอยากซื้อผ้าไหมให้มารดา เห็นรถม้าผ่านร้านนี้ จึงแวะเข้ามา”ที่แท้เขามิได้จงใจมาร้านผ้า หากแต่ผ่านมาพอด