ีแล้วนึกถึงมารดา-เฝิงฮูหยิน-จึงแวะเข้ามา เฝิงฮูหยินมีเมตตาต่อนางมาก หลินถิงยังระลึกถึงเสมอเมื่อนางรู้ว่าต้วนหลิงมาซื้อผ้าให้ฮูหยิน นางก็เปลี่ยนใจจากที่คิดจะปล่อยให้เถ้าแก่ดูแลมาดูแลแทนเอง นางกล่าวทันที“ท่านเลือกผ้าได้ตามใจเลย ข้าถือว่ามอบให้ฮูหยินเป็นของขวัญ หากท่านไม่แน่ใจว่าจะเลือกแบบไหนดี ข้าก็ช่วยแนะนำให้ได้”ต้วนหลิงเพิ่งจะทราบความจริง “ร้านผ้าแห่งนี้เป็นของคุณหนูเจ็ด?”นางกล่าวอย่างภาคภูมิ “ใช่ เป็นร้านของข้า ท่านเลือกตามสบายเถิด”ต้วนหลิงยิ้มน้อยๆ “เช่นนั้นก็ขอรบกวนคุณหนูเจ็ดช่วยแนะนำด้วยแล้วกัน”นางเริ่มช่วยเลือกผ้า “ข้าเคยพบเฝิงฮูหยินอยู่หลายครา จำได้ว่านางมักสวมเสื้อผ้าสีเรียบๆ ดังนั้นผ้าไหมที่สีจัดจ้านคงไม่เหมาะ…ผืนนั้นสีเขียวอ่อนดูงดงามดีนะ ส่วนผืนสีน้ำเงินข้างหลังท่านก็ดูไม่เลว”เถ้าแก่เดินตามหลังทั้งสองคนอยู่ไม่ห่าง มือหยิบผ้าไหมตามที่หลินถิงเอ่ยไปวางไว้แยกอีกฝั่งอย่างคล่องแคล่วส่วนเถาจูยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก แสร้งทำเป็นมองนั่นมองนี่ ทั้งที่จริงแล้วคอยจับตามองพวกเขาอย่างพินิจ อยากรู้ว่า…ท่านใต้เท้าต้วนมีใจให้คุณหนูเจ็ดของนางหรือไม่แต่ดูไปนานเท่าใดก็ไม่อาจจับเค้าเงาได้เลย ไม่เห็นจะเหมือนในนิยายที่ทั้งสองจะต้องส่งสายตาหวานซึ้ง ถ้อยคำที่พูดกันก็สุภาพเรียบเฉย ไม่ปรากฏความสนิทสนมแม้แต่น้อย ดูท่า…คุณหนูเจ็ดของนางคงต้องพยายามอีกมาก หากคิดจะพิชิตใจบุรุษเย็นชาผู้นี้ให้ได้เถาจูอด