คิดไม่ได้-ท่านใต้เท้าต้วนนี่ยากนักจะเข้าถึง ทั้งที่คุณหนูเจ็ดช่างงดงามและมีเสน่ห์ถึงเพียงนี้ เหตุใดเขาจึงยังมิได้หลงใหล? ท้ายที่สุด เถาจูก็ได้ข้อสรุปในใจว่า-ท่านใต้เท้าต้วนคงตาบอด ไม่เห็นคุณค่าของคุณหนูเจ็ดแน่แท้ขณะที่หลินถิงเองกำลังครุ่นคิด-เขาจะไปเมื่อไหร่กันนะ…เรื่องที่ตนเคยบังอาจจูบเขานั้นผ่านมานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว นางก็เกือบจะลืมเลือนมันไปหมดแล้วเชียว แต่วันนี้เมื่อเห็นเขาอีกครั้ง ความทรงจำกลับไหลคืนมาไม่หยุด แล้วนางก็ดันเผลอไปจ้องริมฝีปากเขาเสียได้ริมฝีปากของต้วนหลิงในยามนี้กลับมามีสีชมพูอ่อนจาง ไม่เหมือนวันนั้นที่หอหนานซาน ซึ่งแดงจัดเสียจนเหมือนจะมีโลหิตหยดออกมา เตะตาเสียยิ่งกว่าสิ่งใด รอยกัดที่เคยฝากไว้ก็มลายหายไปหมดแล้วหลินถิงเผลอเม้มริมฝีปากของตน ต้วนหลิงเอียงหน้ามามอง “คุณหนูเจ็ดมองหน้าข้าด้วยสายตาเช่นนี้…หมายความว่าอย่างไรหรือ?”“ข้าเพียงรู้สึกว่าท่านดูซูบผอมไปมาก จึงอดมองไม่ได้ คงเป็นเพราะโรคที่ท่านเคยกล่าวถึงกระมัง?” ประโยคหลังนางเอ่ยเสียงแผ่ว ให้ได้ยินกันเพียงสองคนเพราะเรื่องโรคของต้วนหลิงนั้นมีน้อยคนที่จะล่วงรู้ ในเมื่อนางรู้ก็ย่อมแสดงความห่วงใยได้ ทว่าต้องระมัดระวังไม่ให้ใครจับพิรุธได้เช่นกัน นี่คือความเหมาะสมที่ควรมีต้วนหลิงลูบผ่านผ้าไหมสีแดงบนโต๊ะเบาๆ ผิวสัมผัสนุ่มนวลของผ้าไหมคล้ายช่วยปลอบประสาทใจเขา เสียงเขาเอื้อนเอ่ยอย่างราบเรียบ“ก็อาจจะใช่”หลินถิงกวาดตามองรอบร