้านเล็กน้อย ก่อนลดเสียงลงอีก “แล้ว…ไปพบหมอแล้วก็ไม่ดีขึ้นเลยหรือเจ้าคะ?”“หมอรักษาไม่หาย”หมอยังรักษาไม่ได้งั้นหรือ? นางขมวดคิ้วแน่น-อย่าบอกว่าเป็นโรคร้ายแรงถึงชีวิตเชียวนะ…ถ้าข่าวนี้รู้ถึงหูต้วนซินหนิงเข้า เด็กขี้แยผู้นั้นคงร้องไห้จนหมดน้ำตา แม้หลินถิงจะไม่คิดใกล้ชิดเขา แต่ก็ไม่เคยปรารถนาให้เขาต้องตายนางเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนถามเสียงเบา “ขอเสียมารยาทถามสักนิด…โรคนี้จะถึงแก่ชีวิตหรือไม่?”ต้วนหลิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบ “ไม่น่าจะถึงขั้นนั้น”“เช่นนั้นก็ดีแล้ว”หลินถิงโล่งใจลงบ้าง ไม่เช่นนั้นนางคงต้องไปเตือนต้วนซินหนิงให้เตรียมใจเสียก่อน นางยังไม่ลืมว่าเคยติดหนี้น้ำใจเขาอยู่เรื่องหนึ่ง จึงพูดต่อ“หากมีสิ่งใดที่ข้าช่วยได้ ท่านอย่าได้เกรงใจ เอ่ยมาเถิด”ต้วนหลิงละมือจากผ้าไหม “ขอบใจเจ้ามาก แต่เจ้าช่วยข้าไม่ได้หรอก”นั่นก็จริง นางมิใช่หมอ ถึงอยากช่วยก็ยาก นางจึงเพียงกล่าวให้กำลังใจ “ท่านต้วนเป็นคนดี สวรรค์ต้องคุ้มครองท่านย่อมหาทางรักษาได้แน่นอน”ต้วนหลิงขยับข้อมือเบาๆ พลางเบือนสายตาไปทางอื่น “หวังเช่นนั้น”หลินถิงนึกถึงความลับของจินอันไจ้ พลันคิดสอบถามข่าวซูโจว “เรื่องซูโจวดูเหมือนจะยุ่งยากใช่หรือไม่?”ต้วนหลิงเงยหน้าขึ้นมอง “เหตุใดคุณหนูจึงสนใจซูโจวขึ้นมา?”“ข้าได้ยินผู้คนในเมืองหลวงเอ่ยถึงบ่อยครั้ง เลยอดสงสัยไม่ได้ หากท่านไม่สะดวกตอบ ก็ถือเสียว่าข้าไม่เคยถาม”ต้วนหลิงตอบสั้น “ซูโจวเป็นเรื่องใหญ่จริ