ี่จวนเหลียงอ๋อง ข้าไม่มีทางเลือก ถ้าไม่จูบเขา ข้าก็ต้องตาย เจ้าจะให้ข้าทำอย่างไร?”จินอันไจ้ว่า “จวนเหลียงอ๋อง? งั้นที่หอหนานซานก็คงจูบด้วยสินะ?”เขาแกล้งหลอกให้นางเผยปากเอง หลินถิงรีบปฏิเสธ“ไม่มี! ครั้งนั้นข้าแค่กินอาหารเผ็ดเกินไป เจ้าจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ แต่ถ้าเอ่ยถึงหอหนานซานอีกที ข้าจะฟาดเจ้าจริงๆ นะ!”“ดูท่าเจ้าจะเขินจนโกรธแล้ว”หลินถิงเกือบจะล้มทั้งยืน “จินอันไจ้ ข้าไม่ได้ถาม ก็ไม่ได้หมายความว่าข้าหูหนวกนะ หุบปากเถอะ ข้าขอร้อง!”เขาเบือนหน้าหลบ สายตาฉายแววครุ่นคิด “เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะนำภัยมาสู่เจ้าหรือ?”คนบางคนเมื่อรู้ความจริง กลับเลือกตีตัวออกห่าง หรือแม้แต่แจ้งทางการเพื่อตัดปัญหา หลินถิงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบหน้าตึง“กลัวสิ แล้วเจ้าจะให้ข้าทำอย่างไรดี ให้ข้าห้าร้อยตำลึงเป็นค่าปิดปากเถิด! สามร้อยก็ยังดี ร้อยตำลึงก็ยังได้ แต่ต่ำกว่านี้ไม่รับนะ!”“หลินเล่ออวิ๋น…”“หืม?”“งั้นข้าฆ่าเจ้าดีกว่า”เพราะนางเอ่ยเพียงไม่กี่คำ กลับลบล้างความหนักอึ้งในใจเขาได้จนสิ้น ความขุ่นเคืองจากบทสนทนาก่อนหน้านี้มลายหายไปหมด มีเพียงความอยากฆ่านางเพราะความกวนอารมณ์เหลือล้น แน่นอนว่าหลินถิงหาได้ยืนรอให้เขาฟันไม่นางวิ่งหนีพลางจับไก่โยนใส่เขา ไก่ร้องจ้าลั่น ขนปลิวว่อนจนไปติดบนมวยผมของเขาชายหนุ่มสวมหน้ากากอัปลักษณ์ มีขนไก่ปักบนหัว มือถือดาบไล่ตามนางอยู่ทั่วลาน ดูตลกจนไม่รู้จะบรรยายอย่างไร สุนัขที่โดนชนก็ตื