หันมาดุ “หลินเล่ออวิ๋น เจ้าบ้าไปแล้วหรือ! แม้แต่นายท่านสามที่เป็นขุนนางยังไม่อาจหาเงินได้ในห้าวัน เจ้าจะไปหาได้จากที่ใด?”อนุเสิ่นรีบเปลี่ยนเป้าหมาย เข้ามากอดหลินถิง “คุณหนูเจ็ด จริงหรือเจ้าคะ?”“จริง”นายท่านสามทั้งเชื่อและไม่เชื่อ “เจ้า? เจ้าคิดจะหาเงินจากที่ใด?”หลินถิงผลักอนุเสิ่นออก เดินเข้ามากลางวง “ท่านอย่าลืมว่าข้ารู้จักคุณหนูสามสกุลต้วน” นางอ้างชื่อต้วนซินหนิงมาบังหน้า แล้วกล่าวต่อ “แต่ข้ามีเงื่อนไข”อนุเสิ่นรีบตอบ “เงื่อนไขอันใดก็ตาม ข้ายินดี”“ท่านตอบก็เปล่าประโยชน์ ต้องให้ท่านพ่อยินยอม” หลินถิงหันไปยังนายท่านสาม “ข้าต้องการให้ท่านเซ็นเอกสารว่าท่านติดหนี้ข้าสามพันตำลึง คืนให้ภายในห้าปี มิคิดดอกเบี้ย”นายท่านสามถือศักดิ์ศรีนัก “ข้ารับปากเจ้าได้ แต่ในฐานะพ่อกับลูก ไม่ต้องถึงขั้นจดบันทึกกระมัง?”“ไม่ได้”อนุเสิ่นกลัวนายท่านสามจะปฏิเสธ “ท่านเจ้าขา หากภายในห้าวันมิอาจหาเงินได้ ซานเกอเอ๋อร์จะถูกจับไปเข้าคุก เขาอ่อนแอเพียงนั้น จะทนได้อย่างไร…”หลินซูที่ยังคุกเข่าอยู่ มองหลินถิงตาไม่กะพริบ ในใจนึกอิจฉาพี่สาวคนที่เจ็ดของตน นางกล้าพูดจาเช่นนี้กับบิดาหากเป็นตน คงร่ำไห้ไปแล้ว หลินซูก้มหน้าลงอย่างเศร้าหมองนายท่านสามกัดฟันแน่น สุดท้ายก็ต้องยอม “ตกลง ข้าจะเขียนให้”หลินถิงเดินเข้ามา พูดเสียงแผ่วเบาที่มีเพียงพวกเขาสองคนได้ยิน “นอกจากเอกสารหนี้แล้ว ท่านยังต้องลงนามในหนังสือยินยอมให้ข้าแยกเรือนออกม