้กวาดเรียบร้อย หลี่ซื่อมองหลินถิงแล้วเอ่ยอย่างแปลกใจ “เจ้าจะยอมไปขอเงินจากคุณหนูสาม เพื่อช่วยพวกเขางั้นหรือ? เจ้ากลัวว่าหากข้าไม่ยอมออกเงิน ท่านพ่อเจ้าจะหย่ากับข้าอย่างนั้นรึ?”หลินถิงตอบอย่างเรียบง่าย “ข้ามีแผนการของตนเอง”นางเรียกสาวใช้ให้นำขันน้ำร้อนมา แล้วพยุงหลี่ซื่อเข้าไปด้านในห้อง “พอแล้วท่านแม่ ท่านคงเหนื่อยแล้ว คืนนี้ให้ข้าได้ปรนนิบัติท่านแช่เท้าเถอะ อย่าคิดถึงเรื่องพวกนั้นอีกเลย”หลี่ซื่อเกือบจะถูกท่านพ่อของนางทำให้โกรธตาย จึงเหนื่อยล้าเป็นธรรมดา ไม่ได้พูดอะไรมากนัก เพียงกำชับว่า“แต่เจ้าก็ต้องรู้จักกาลเทศะไว้บ้าง”และแน่นอนว่าหลินถิงเดาไม่ผิด-รุ่งเช้าของวันถัดมา ท่านพ่อของนางก็มาพร้อมใบหน้าเคร่งเครียด นำสัญญายินยอมให้นางออกไปตั้งเรือนเอง กับใบจดหนี้สามพันตำลึงมามอบให้ นางจ่ายเงิน เขาก็ส่งมอบเอกสารเมื่อได้สิ่งที่ต้องการ หลินถิงดีใจจนแทบจะเต้นรำ สั่งให้คนไปซื้อเนื้อสดกลับมาทำปิ้งย่าง และยังส่งคนไปเชิญคุณหนูสามมาร่วมกินด้วย เรื่องเงินสามพันตำลึง หลินถิงก็บอกกล่าวกับคุณหนูสามด้วย ขอให้ช่วยค้ำให้คำพูดของนางดูน่าเชื่อถือขึ้นคุณหนูสามย่อมยินดี เพียงแต่สงสัยว่าหลินถิงไปหาเงินมามากถึงเพียงนั้นได้อย่างไร เงินเดือนประจำตำแหน่งของนางแม้จะมากกว่าหลินถิงหลายเท่า แต่จะเก็บสะสมจนถึงสามพันตำลึงก็ยังห่างไกล จะหาเงินจำนวนนี้ได้ คงต้องเอ่ยปากขอจากบิดามารดาเท่านั้น“ข้าทำการค้าขายได้มาน่ะ” หลินถิง