ตอบแบบกำกวม ยังไม่ยอมพูดถึงการมีอยู่ของหอหนังสือ เพราะคุณหนูสามใสซื่อเกินไป อีกทั้งพี่ชายของนางคือต้วนหลิง หากคำพูดหลุดออกไปจะยุ่งใหญ่คุณหนูสามไม่ค่อยสนใจเรื่องการค้าขาย จึงถามแค่ไม่กี่ประโยคก่อนเปลี่ยนเรื่อง “พี่ชายข้าไปซูโจวแล้ว”หลินถิงเพิ่งสอนเถาจูวปิ้งย่างเสร็จ เลยหยิบปีกไก่หนึ่งชิ้นมาเสียบไม้ย่างเอง โรยน้ำมันงากับผงซือเหริน “ข้ารู้เมื่อวานเขาไปแล้ว”นางถกแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อย โบกพัดให้ไฟแรงขึ้น กลิ่นหอมของเนื้อย่างค่อยๆ ลอยฟุ้งทั่วลานเล็ก เสียงนกบนต้นไม้ส่งเสียงเจื้อยแจ้ว สอดรับกับเสียงฉ่าๆ ของน้ำมันบนตะแกรงย่างคุณหนูสามสูดกลิ่นไก่ย่าง กลืนน้ำลายเบาๆ “เจ้าไปรู้มาจากไหน?”“ได้ยินคนเขาพูดกันน่ะ”“อ้อ” คุณหนูสามไม่ได้สงสัยอะไรนัก พลางจิบน้ำลำไยเย็นที่หลินถิงส่งให้ “ท่านพ่อข้าบอกว่า เหตุจลาจลในซูโจวนั้นเกี่ยวข้องกับเหล่าผู้สืบสายเลือดราชวงศ์ก่อน ข้าไม่รู้ว่าพี่ชายข้าเดินทางครั้งนี้จะอันตรายหรือไม่”หลินถิงพลิกปีกไก่ให้สุกอีกด้าน พลางปลอบ “พี่ชายเจ้ามีบุญคุ้มครอง ไม่เป็นไรดอก…เจ้าจะใส่พริกไทยไหม?”“ใส่นิดเดียวก็พอ”“งั้นข้าโรยให้นิดเดียวนะ” หลินถิงโรยพริกไทยนิดหนึ่งตามคำขอคุณหนูสามก็อยากลองปิ้งย่างเอง จึงขอเนื้อเสียบไม้หนึ่งไม้มาวางบนเตาถ่าน “เล่ออวิ๋น ข้าว่าพี่ชายข้าเหมือนจะมีคนในใจแล้วนะ”มือของหลินถิงสั่นจนปีกไก่เกือบร่วงลงพื้น-ต้วนหลิงมีคนรักแล้วงั้นหรือ? ในนิยายต้นฉบับไม่มีเรื่องนี้นะ