้าก็ขอโทษข้าหลายรอบแล้วข้าจะยังฆ่าเจ้าอีกหรือ? หรือว่าเจ้าเห็นข้าเป็นคนไร้เหตุผลถึงเพียงนั้น?”นางเป็นคนพูดเก่ง ปล่อยวาทศิลป์ได้ดี “ท่านจะไร้เหตุผลได้อย่างไร ในใจข้า ท่านคือผู้มีเหตุผลที่สุดแล้ว เพียงแต่ข้า… ยังรู้สึกผิดอยู่ดี”ต้วนหลิงเพียงยิ้มโดยไม่กล่าวอะไร “เรื่องนี้ข้าจะไม่ปริปากบอกผู้ใดแม้แต่ครึ่งคำ จะไม่ให้ท่านต้องมัวหมองด้วย”หลินถิงเปลี่ยนเรื่องถาม “ว่าแต่… ท่านต้วน ท่านไม่โกรธข้าจริงๆ หรือ?”“ไม่โกรธ” ต้วนหลิงเก็บผ้าเช็ดหน้าไว้ในอกเสื้อ ยิ้มเจื่อนๆ “เช่นนี้แล้ว คุณหนูเจ็ดสบายใจได้หรือยัง?”นางถอนหายใจโล่งอก “เช่นนั้น ข้าขออวยพรให้ท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ กลับมาโดยปลอดภัย”ต้วนหลิงกล่าว “ขอบคุณสำหรับคำอวยพร”สิ้นเสียง ผ้าม่านถูกปล่อยลง ปิดบังสายตาของทั้งสองคน รถม้าค่อยๆ เคลื่อนออกจากประตูเมือง แล้วก็ถูกกลืนหายไปในม่านราตรีนอกนครหลินถิงหันหลังกลับอย่างไม่ลังเล เถาจูเดินตามติดๆ ใครจะไปรู้ว่า หลี่ซื่อรู้เรื่องหลินถิงไปส่งต้วนหลิงที่ประตูเมืองแล้ว นางนั่งรออยู่ที่จวนอย่างอารมณ์ดี “กลับมาแล้วหรือ”หลินถิงเหนื่อยล้ามาทั้งวัน อยากจะรีบอาบน้ำร้อนแล้วล้มตัวลงนอน “ท่านแม่ มาทำอะไรที่เรือนข้าเอาป่านนี้”หลี่ซื่อวางแตงโมลง “ได้ยินว่าลูกไปส่งคุณชายรองต้วนถึงหน้าประตูเมือง?”“ท่านแม่ได้ยินจากใคร?”“ไม่ต้องรู้หรอกว่าข้าได้ยินจากใคร แค่ตอบมาก็พอว่าใช่หรือไม่”บ่าวที่ดูแลรถม้าในจวนล้วนเป็นคนของหลี่ซื่อ