กียจข้าด้วยซ้ำ บอกให้ข้าอย่าไปกวนใจเขา เขาไม่ได้พูดว่าจะกลับเมื่อไร ส่วนจะอันตรายหรือไม่ ข้าก็ไม่แน่ใจ”หลี่ซื่อไม่เชื่อ “เป็นไปไม่ได้ คุณชายรองไม่มีทางพูดจาเช่นนั้นแน่”นางสืบมาหมดแล้วว่าต้วนหลิงแม้จะเป็นองครักษ์เสื้อแพร แต่กิริยามารยาทกลับเลื่องลือในหมู่ชาวเมืองหลวงว่าอ่อนโยนมีน้ำใจ ปฏิบัติต่อผู้อื่นสุภาพเรียบร้อย ไม่เคยพูดจาร้ายต่อสตรีเลยแม้สักครั้งเดียวเมื่อถูกจับได้ว่าโกหก หลินถิงก็มิได้กล่าวแก้ตัว เพียงคว้าแตงโมที่หลี่ซื่อรับประทานค้างไว้ขึ้นมากัดสองสามคำ“แตงโมหวานดีนัก ช่วยดับกระหายได้” คืนนี้นางพูดไปมากปานนี้ ปากก็แห้งคอแห้งไปหมดแล้วหลี่ซื่อเอ่ยอย่างอ้อมค้อมต่อ “พวกเจ้าไม่ได้ทะเลาะกันกระมัง?”“เปล่าดอก” นางจะมีเรื่องใดให้ทะเลาะกับต้วนหลิงได้? หลินถิงเป็นแม่ค้า มองสถานการณ์ออกเป็นอย่างดี นางไร้อำนาจไร้บารมี จะไปขัดแย้งกับองครักษ์เสื้อแพรคงไร้ผลดี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าขุนนางในราชสำนักต่างก็เกรงกลัวการล้างแค้นขององครักษ์เสื้อแพรยิ่งกว่านั้น นางยังเคย “ล่วงเกิน” ต้วนหลิงไปหลายคราอยู่ในใจจึงรู้สึกผิดนัก ว่าจะชดเชยให้เขาอย่างไร นางยังคิดไม่ตก เขาเองก็หาได้กล่าวว่าต้องการสิ่งใด แม้เขาจะบอกมา นางก็ไม่แน่ว่าจะสามารถให้ได้ บางทีสิ่งที่เขาต้องการอาจเป็นของล้ำค่าที่นางเอื้อมไม่ถึงนึกไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่หอหนานซาน ริมฝีปากที่เคยประคบด้วยน้ำแข็งก็กลับมาชาอีกครั้ง-นางถึงขั้นแทรกปลายลิ้นเข