้าไปในปากของต้วนหลิง แล้วจูบเขาอย่างดูดดื่ม! หลินถิงรู้สึกว่าตนยังมีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะเทพเจ้าแห่งโชคลาภเมตตาโดยแท้หลี่ซื่อหาได้รู้ถึงความคิดในใจนาง “เจ้าก็ใช่ว่าจะเพิ่งรู้ว่าคุณชายรองต้วนเป็นองครักษ์เสื้อแพร เขาย่อมต้องยุ่งอยู่กับภารกิจราชการ เจ้าต้องเข้าใจเขา อย่าเพียงเพราะมิได้พบหน้ากันสักระยะก็มางอนง้อกันให้วุ่นวาย”หลินถิง : “……”หลี่ซื่อกล่าวพรั่งพรูถึงวิธีร้อยพันที่หญิงสาวพึงใช้มัดใจบุรุษนางได้แต่กินแตงโมไปอย่างเงียบงัน ครั้นหลี่ซื่อกล่าวจบจึงเอ่ยว่า “มันมิอาจใช้ได้ผลดอก หากผู้ใดไม่ชอบข้า ไม่ว่าข้าจะกระทำสิ่งใด ทุ่มเทเพียงใด เขาก็ย่อมไม่ชอบข้า ยิ่งไปกว่านั้นอาจถึงขั้นรังเกียจ”ถ้อยคำนี้ทำให้หลี่ซื่อสะอึก คล้ายหวนนึกถึงเรื่องราวบางอย่าง นางเงียบลงทันใด ครู่ใหญ่จึงค่อยกล่าวเบาๆ “ก็จริง เจ้าว่าถูกแล้ว หากผู้ใดไม่ชอบเรา เราจะทำสิ่งใดก็เปล่าประโยชน์ เขาย่อมไม่ชอบเราอยู่ดี แม้จะทุ่มเทแค่ไหน เขาก็อาจจะรังเกียจอยู่ดี”บ่าวไพร่รอบข้างต่างนิ่งเงียบไม่กล้าหายใจดัง หลี่ซื่อหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดรอยน้ำแตงโมที่มุมปากของหลินถิงพลางนึกถึงอดีต แล้วหัวเราะขื่นขม “ในเรื่องนี้ ข้าที่อาศัยอยู่บนโลกนี้มาหลายสิบปี กลับมองไม่แจ่มชัดเท่าเจ้าเสียอีก”หลินถิงรู้ว่านางกล่าวถึงตัวเอง “ท่านแม่ ข้าไม่ได้หมายถึงท่าน ข้ากำลังพูดถึงตัวข้าเอง ท่านอย่าเข้าใจผิดเลย”ทันใดนั้น มีสาวใช้รุ่นใหญ่ผู้หนึ่งวิ่งเข้ามารายงาน “