ฮูหยินเจ้าคะ นายท่านสามเรียกให้ท่านไปพบเจ้าค่ะ!”หลี่ซื่อเบิกตาโพลง สะบัดเสียงเย้ย “เขาหรือ? เขาไม่ไปหาอนุเสิ่นของเขาแล้วมาหาข้าด้วยเหตุอันใด? หรือวันนี้ตะวันขึ้นทางทิศตะวันตกแล้ว?”ใบหน้าของสาวใช้รุ่นใหญ่ซีดเผือด “คุณชายเก้าก่อเรื่องนอกจวน ต้องชดใช้ถึงสามพันตำลึง นายท่านสามจึงมาหาฮูหยินเพื่อถามว่าท่านมีเงินหรือไม่ จะได้เอาไปช่วยคุณชายเก้าเจ้าค่ะ”หลินถิงฟังแล้วก็รู้ทันทีว่า โอกาสหลุดพ้นจากสกุลหลินมาถึงแล้ว นางโยนเปลือกแตงโมในมือทิ้งทันทีหลี่ซื่อเดือดดาลนัก “ข้าก็ว่าแล้วเชียว ไฉนคนผู้นี้ถึงมาหาข้าได้ คิดจะฉวยโอกาสจากสินเดิมของข้านี่เอง! น่าขันนัก บุตรชายที่เกิดจากอนุเสิ่นของเขาไปก่อเรื่อง แล้วมันเกี่ยวอันใดกับข้า? ข้าจะต้องควักเงินไปช่วยด้วยหรือ?”แม่นมผู้หนึ่งบ่นอย่างขุ่นเคือง “นายท่านสามช่างรังแกคนเหลือเกิน! ตลอดหลายปีมานี้ท่านก็เมินเฉยฮูหยินโปรดปรานแต่อนุเสิ่น ยามนี้ยังจะให้ฮูหยินขายสินเดิมไปช่วยบุตรชายอีก!”หลี่ซื่อหุนหันออกจากเรือนทันที หลินถิงรีบตามไป “ท่านแม่ รอข้าด้วย ข้าจะไปกับท่าน”“เจ้ากลับไปเสีย เรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้อาวุโส มิใช่เรื่องที่เจ้าควรยุ่ง” หลี่ซื่อไม่อยากให้นางเปื้อนหูเปื้อนตาหลินถิงกลับกอดแขนไม่ยอมปล่อย ยืนกราน “ไม่ ข้าจะไปด้วย ขอร้องท่านเถิด ให้ข้าไปด้วยเถิดนะเจ้าคะ”หลี่ซื่อจนใจ จำต้องปล่อยให้นางตามไป “แต่เจ้าห้ามพูดอะไรทั้งสิ้นนะ”สองแม่ลูกออกจากเรือนถิงหลิง เ