ดินผ่านซุ้มประตูฉลุ ด้านขวาตลอดแนวยาวคือทางสู่เรือนของหลี่ซื่อ เมื่อมาถึงก็พบว่ามีผู้คนคุกเข่าเรียงรายอยู่เต็มลาน อนุเสิ่นคุกเข่าอยู่ด้านหน้า ตามหลังด้วยหลินซูและซานเกอเอ๋อร์ บ่าวไพร่ในเรือนต่างมองหน้ากันอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออกนายท่านสามกำลังพยุงอนุเสิ่นด้วยท่าทางอาทร “อย่าคุกเข่าเลย ลุกขึ้นเถิด ระวังจะเจ็บเข่าเอา”อนุเสิ่นน้ำตาคลอ ใบหน้าที่ได้รับการบำรุงอย่างดีแม้ยามร้องไห้ก็ยังงดงามชวนเวทนา นางพร่ำบ่นว่าซานเกอเอ๋อร์น่าสงสารนัก พร้อมกับยืนยันไม่ยอมลุกหลี่ซื่อเดินเข้ามาด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด “ลมอะไรพัดพวกท่านมาถึงที่นี่กัน”หลินถิงยืนข้างนาง มองดูทั้งกลุ่มอย่างสงบ นายท่านสามไม่พอใจในท่าทีของหลี่ซื่อ แต่เพราะมีเรื่องจำเป็นจึงต้องกล้ำกลืน “ซานเกอเอ๋อร์ถูกใส่ร้าย ต้องชดใช้ถึงสามพันตำลึง ไม่เช่นนั้นจะถูกจับเข้าคุก”หลี่ซื่อโมโหจนแทบตบหน้าเขา แต่ยังข่มไว้ได้ เอ่ยด้วยเสียงเค้นฟัน “ดังนั้นท่านจึงมาขอเงินจากข้า?”เขาขมวดคิ้ว “มิใช่ขอ ถือว่าเป็นการยืม ข้าจะคืนให้ภายหลัง”หลินถิงกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่ นายท่านสามผู้นี้ไม่เคยคืนเงินใครสักคน คำพูดของเขาไร้ค่าดั่งอากาศ ใครเชื่อมีแต่จะซวยหลี่ซื่อกวาดตามองอนุเสิ่นกับหลินซานที่ยังคุกเข่าอยู่ สีหน้าเยียบเย็น “ไม่มี ข้ามิได้มีเงินถึงเพียงนั้น ท่านจะไปขอจากท่านย่า หรือไปหยิบยืมจากสหายข้าราชการของท่านเถิด ข้าไม่มี เชิญกลับไปเสียเถอะ”นายท่านสามไม่คิดว่านางจ