ยให้เขาไปสืบราชการมิใช่ความลับอันใด ต้วนหลิงจึงไม่ปิดบัง “ใช่แล้ว ฝ่าบาททรงมอบหมายหน้าที่ให้ข้าไปจัดการความวุ่นวายที่ซูโจว หรือว่า……คุณหนูเจ็ดเชิญข้าออกมาเพื่อถามเพียงเท่านี้?”“ข้ามาเพื่อส่งท่านต่างหาก”ต้วนหลิงมองนางด้วยสายตาแน่วแน่ “คุณหนูเจ็ดจะส่งข้า……ในฐานะใดกันหรือ?”หลินถิงเอ่ยไพเราะราวกลีบบุปผา “ในฐานะ……สหายเจ้าค่ะ ข้าอยากเป็นสหายกับท่านมาโดยตลอด ท่านจะยอมเป็นสหายกับข้าหรือไม่?”“สหายหรือ?” เขาย้ำถ้อยคำ“ใช่” นางตอบหนักแน่นต้วนหลิงหัวเราะเบาๆ ปฏิเสธด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ต้องขออภัย ข้ามิประสงค์จะเป็นสหายกับคุณหนูเจ็ด”คำปฏิเสธนั้นทั้งตรงและชัดเจนจนหลินถิงอดคิดไม่ได้ว่า……เขานี่ช่างใจร้ายเสียจริง ขณะนั้น เด็กหนุ่มยกอาหารกับสุราเข้ามา วางเสร็จก็จากไป นางจึงได้โอกาสถามต่อ “ข้าขอถามได้หรือไม่……ท่านคิดว่าชายหญิงไม่ควรเป็นสหายกันหรือ?”ต้วนหลิงมองออกนอกหน้าต่าง เห็นท้องฟ้าแจ่มใสไร้เมฆฝน “ไม่ใช่ ข้าเพียงรู้สึกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเราสองไม่เหมาะจะเป็นสหายกัน”“เช่นนั้น……ก็แล้วไปเถิด”หลินถิงเข้าใจได้ทันทีว่าเขายังถือโทษโกรธเรื่องในอดีตอยู่ จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจ “ถึงจะเป็นสหายกันไม่ได้ ข้าก็ยังอยากส่งท่านเดินทาง”ต้วนหลิงเกาศอกเบาๆ พลางหันมามองนาง “คุณหนูเจ็ดดูเหมือนจะชอบส่งคนเสียจริง”“หมายความว่าอย่างไร?”เขาตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เมื่อวาน เจ้ามิได้ไปส่งสหายที่ช่วยออกมาจากจวนเหลียงอ๋องหรอก