งนี้จึงมีเตียง?” นางอดสงสัยมิได้ “ดูไม่เหมือนห้องรับแขกทั่วไปเลย…”บนเตียงยังมีผ้าห่มลายนกยวนยางหยอกเล่นน้ำ ดูยังไงก็ช่างชวนให้เข้าใจผิดเหลือเกิน ไม่เหมาะกับนางและต้วนหลิงสักนิดหลินถิงปล่อยม่านลง พลางเอ่ยเรียก “เสี่ยวเอ้อร์ เปลี่ยนห้องให้ข้าที ห้องนี้มีเตียง ไม่เหมาะ”เด็กรับใช้มีท่าทีลังเล “คุณหนูขอรับ ห้องนี้คือห้องที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวที่สุดในหอหนานซานแล้ว หากไม่อยากเห็นเตียง เพียงแค่ปล่อยม่านลงก็มองไม่เห็นแล้วขอรับ”แต่หลินถิงก็ยังยืนกรานจะเปลี่ยนให้ได้“กระจ่างแล้วขอรับ เช่นนั้นข้าจะไปเรียนถามท่านเจ้าของร้าน รบกวนคุณหนูรอสักครู่” เด็กรับใช้กล่าวพลางวิ่งจากไปไม่นานนัก เขาก็วิ่งกลับมาอีกครั้ง และครั้งนี้มีบุรุษรูปงามเดินตามหลังมา – ต้วนหลิงเด็กหนุ่มรับใช้ยิ้มแหย “ขออภัยขอรับ วันนี้แขกมาก ไม่มีห้องว่างเหลืออีกแล้ว……แล้วก็……บุรุษผู้นี้บอกว่ามาหาท่านขอรับ”สายตาของต้วนหลิงข้ามหัวเด็กหนุ่มไปยังหลินถิง “คุณหนูเจ็ด”หลินถิงจึงจำเป็นต้องจำใจอยู่ห้องเดิม และเชื้อเชิญต้วนหลิงเข้าไปนั่ง แล้วสั่งให้เด็กหนุ่มยกเหล้าและกับแกล้มขึ้นมา นางมองม่านที่กั้นเตียงอยู่สองสามรอบ เพื่อแน่ใจว่ามันปิดมิดชิดดีแล้วจึงวางใจต้วนหลิงนั่งตรงข้ามนาง ใบหน้าเย็นชาแฝงรอยยิ้มจางๆ ราวพระโพธิ์สัตว์ผู้ละวางจากทางโลก “คุณหนูเจ็ดเรียกข้ามามีธุระอันใดหรือ?”หลินถิงยิ้มบาง “ได้ยินว่าท่านต้วนจะไปซูโจว”เรื่องที่ฝ่าบาททรงมอบหมา